พระสมเด็จวัดระฆังตำนานหลวงปู่ทวดวัดพระแก้วพระกริ่งปวเรศประวัติสมเด็จโตวัดโสธรวรารามพระขุนแผน กำแพงเพชรคาถาชินบัญชรพระนางพญาเบญจภาคี ๕ พระยอดขุนพลตำนานวัดช้างให้หลวงพ่อโสธรพระสมเด็จวัดระฆังตำนานหลวงปู่ทวดวัดพระแก้วพระกริ่งปวเรศประวัติสมเด็จโตวัดโสธรวรารามพระขุนแผน กำแพงเพชรคาถาชินบัญชรพระนางพญาเบญจภาคี ๕ พระยอดขุนพลตำนานวัดช้างให้หลวงพ่อโสธร

หลวงพ่อปาน โสนันโท — เกจิอาจารย์ผู้สร้างพระเครื่อง 6 ยุค วัดบางนมโค

หลวงพ่อปาน โสนันโท — เกจิอาจารย์ผู้สร้างพระเครื่อง 6 พิมพ์อันโด่งดัง พระอาจารย์ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

🙏เกจิอาจารย์อ่าน 9 นาที26 เมษายน 2569

ตำนานสยามพระเครื่อง

การศึกษาประวัติศาสตร์และพัฒนาการของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ปรากฏนามของพระมหาเถระและพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและคุณธรรมมากมาย หนึ่งในพระมหาเถระที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการเผยแผ่พระศาสนา การพัฒนาชุมชน และการสืบสานวิทยาคมแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย คือ "พระครูวิหารกิจจานุการ" หรือที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยรู้จักกันอย่างกว้างขวางในนาม "หลวงพ่อปาน โสนันโท" อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานการศึกษาเชิงลึกฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลประวัติ ปฏิปทา ตลอดจนผลงานอันเป็นมรดกทางธรรมและทางโลกของท่าน โดยครอบคลุมตั้งแต่ชาติภูมิ ปฐมวัย การศึกษาพระปริยัติธรรมและวิทยาคม การสร้างพระเครื่องเนื้อดินเผาพิมพ์ขี่สัตว์ ชนิดที่ทรงคุณค่า ตลอดจนเรื่องเล่าปาฏิหาริย์และการจัดการสรีระสังขาร เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

1. ประวัติชาติภูมิและปฐมวัย

1.1 ชาติภูมิ ภูมิลำเนา และฐานะครอบครัว

พระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน โสนันโท) มีนามเดิมว่า "ปาน" นามสกุล "สุทธาวงศ์" ท่านถือกำเนิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875) ณ ภูมิลำเนาบริเวณย่านวัดบางนมโค ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

บิดาของท่านชื่อ นายอาจ มารดาชื่อ นางอิ่ม ครอบครัวประกอบอาชีพทำนาและจัดอยู่ในกลุ่มคหบดีที่มีฐานะมั่งคั่งในท้องถิ่น บริบททางสังคมและเศรษฐกิจในสมัยนั้น ครอบครัวของท่านมีข้าทาสบริวารอยู่ในการดูแลอย่างมากมาย ซึ่งบ่งชี้ถึงสถานะทางสังคมที่ได้รับการยอมรับในชุมชนอำเภอเสนา ท่านเป็นบุตรชายคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องร่วมอุทรเดียวกันทั้งหมด คน โดยมีรายนามตามลำดับดังนี้ 1. นางคล้าย 2. นางเพิ่ม 3. นางจาด 4. นายโชติ 5. นางเผือก 6. นายปรง และ 7. ตัวท่านเอง (หลวงพ่อปาน)

สาเหตุที่โยมบิดามารดาขนานนามท่านว่า "ปาน" นั้น สืบเนื่องมาจากลักษณะทางกายภาพอันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวมาแต่กำเนิด กล่าวคือ ท่านมี "ปานแดง" ปรากฏอยู่ที่นิ้วก้อยมือซ้าย ลักษณะทอดแนวยาวตั้งแต่โคนนิ้วจรดปลายนิ้วดูคล้ายกับปลอกนิ้ว ซึ่งในคติความเชื่อของคนไทยโบราณมักถือว่าผู้ที่มีปานในลักษณะพิเศษเช่นนี้เป็นสัญลักษณ์ของผู้มีบุญญาธิการ หรือเป็นผู้ที่ลงมาจุติเพื่อบำเพ็ญบารมี

1.2 ชีวิตวัยเด็ก สัญญาณแห่งร่มกาสาวพัสตร์ และการศึกษาก่อนอุปสมบท

ชีวิตในวัยเด็กของท่านแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มทางจิตวิญญาณและความผูกพันกับพุทธานุสสติมาตั้งแต่ต้น มีเหตุการณ์สำคัญที่ถูกบันทึกไว้โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ศิษย์เอกของท่าน ซึ่งสะท้อนถึงบารมีธรรมที่แฝงอยู่ตั้งแต่เยาว์วัย กล่าวคือ เมื่อครั้งเด็กชายปานอายุได้ประมาณ 3-4 ขวบ ท่านกำลังวิ่งเล่นอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน ในขณะนั้นคุณย่าของท่านกำลังล้มป่วยหนักและใกล้จะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ญาติผู้ใหญ่ที่เฝ้าไข้ต่างพยายามตะโกนบอกทางและกรอกหูให้คุณย่าตั้งสติภาวนาคำว่า "อรหัง" เพื่อให้จิตยึดเหนี่ยวเป็นอารมณ์กรรมฐานก่อนสิ้นลม

เด็กชายปานซึ่งอยู่ใต้ถุนบ้านได้ยินคำภาวนานั้นอย่างชัดเจน และเกิดความรู้สึกปีติประทับใจในคำว่า "อรหัง" อย่างประหลาดโดยที่ยังไม่ทราบความหมายที่แท้จริง ต่อมาในวันหนึ่งขณะที่กำลังรับประทานอาหารที่ตนชื่นชอบ เด็กชายปานเกิดความรู้สึกสุขใจจึงเผลอเปล่งวาจาออกมาลอยๆ ว่า "อรหัง อรหัง" เมื่อโยมมารดาได้ยินเข้าก็ตกใจและดุว่าอย่างรุนแรง พร้อมกับไล่ให้ไปนั่งที่นอกชาน เนื่องจากในคติความเชื่อและบรรทัดฐานทางสังคมของชาวบ้านสมัยนั้น คำว่า "อรหัง" ถูกมองว่าเป็นคำที่ใช้พูดเตือนสติเฉพาะเวลาคนกำลังจะตายเท่านั้น จึงห้ามมิให้นำมาพูดเล่นในวงข้าว

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอุปนิสัยของท่านที่เป็นผู้มีของเก่า (บารมีเดิม) ติดตัวมา การที่เด็กวัยเพียง 3-4 ขวบเกิดความปีติในพุทธานุสสติแม้จะไม่เข้าใจความหมาย เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงสายใยทางธรรมที่หยั่งรากลึก ซึ่งในกาลต่อมา เมื่อท่านได้อุปสมบทและบรรลุธรรมแล้ว ท่านได้นำความรู้ทางวิปัสสนาญาณกลับมาสอนโยมมารดาให้เปลี่ยนทัศนคติ และหันมาเจริญคำภาวนา "พุทโธ อรหัง" อย่างถูกต้อง จนโยมมารดาสามารถยึดมั่นเป็นอารมณ์กรรมฐานได้ก่อนที่จะเสียชีวิตอย่างสงบในเวลาต่อมา

2. การอุปสมบทและการศึกษาพระธรรม

2.1 การเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ณ พัทธสีมาวัดบางนมโค

เมื่อเด็กชายปานเจริญวัยเข้าสู่วัยหนุ่มและมีอายุครบบวชตามประเพณีชายไทย โยมบิดาได้นำท่านไปฝากตัวเป็นศิษย์วัดเพื่อศึกษาข้อวัตรปฏิบัติเบื้องต้น โดยโยมบิดามีความประสงค์ให้ท่านไปบวชเรียนที่ วัดบางปลาหมอ แทนที่จะเป็นวัดบางนมโคซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เนื่องจากโยมบิดามีความเลื่อมใสในกิตติศัพท์และวัตรปฏิบัติอันเคร่งครัดของ หลวงพ่อสุ่น เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอในขณะนั้น และมองว่าหากบวชที่วัดใกล้บ้านอาจมีผู้คนพลุกพล่านและญาติมิตรแวะเวียนมาหามากเกินไปจนทำให้การปฏิบัติธรรมไม่สงบ

นายปานได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) (ตามประวัติในบางแหล่งข้อมูลระบุเป็นปี พ.ศ. 2439) ณ พัทธสีมาวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้รับการประกอบพิธีจากคณะพระอุปัชฌายาจารย์ผู้ทรงสมณศักดิ์ในยุคนั้น ได้แก่:

  • พระอุปัชฌาย์: หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ พระมหาเถระผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและวิทยาคม
  • พระกรรมวาจาจารย์: พระอาจารย์จ้อย วัดบ้านแพน
  • พระอนุสาวนาจารย์: พระอาจารย์อุ่ม วัดสุธาโภชน์

ในการอุปสมบทครั้งนี้ ท่านได้รับฉายาทางธรรมภาษาบาลีว่า "โสนันโท" (โสนนฺโท) ซึ่งมีความหมายอันเป็นมงคลยิ่ง แปลว่า "ผู้มีความบันเทิงหรือความยินดีในความดีงาม" หรือ "ผู้มีความเพลิดเพลินในธรรม"

2.2 การศึกษาพระปริยัติธรรม วิปัสสนากรรมฐาน และวิทยาคมชั้นสูง

เส้นทางการศึกษาของพระภิกษุปาน โสนันโท สะท้อนให้เห็นถึงความเป็น "พหูสูต" ผู้ใฝ่รู้ และความมุ่งมั่นในการสืบสานวิชาความรู้จากเกจิอาจารย์ชั้นครูในยุคนั้น ท่านได้จาริกไปศึกษาสรรพวิชาหลายแขนง ทั้งทางด้านคันถธุระ (การศึกษาตำรา) วิปัสสนาธุระ (การปฏิบัติจิต) และเวชศาสตร์ (การแพทย์แผนโบราณ) ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้:

  1. ศึกษากรรมฐานและวิทยาคมเบื้องต้น: หลังจากอุปสมบท ท่านได้ติดตามพระอุปัชฌาย์ไปจำพรรษาที่วัดบางปลาหมอ เพื่อศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกับ หลวงพ่อสุ่น หลวงพ่อสุ่นเป็นพระเถระที่เชี่ยวชาญทั้งด้านวิปัสสนา พุทธาคม และการแพทย์แผนโบราณ โดยเฉพาะการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและการแก้คุณไสย หลวงพ่อสุ่นเล็งเห็นวุฒิภาวะและลักษณะนิสัยอันประเสริฐของหลวงพ่อปาน จึงได้ถ่ายทอดสรรพวิชาให้จนหมดสิ้น และได้ให้สติเตือนใจเกี่ยวกับการละกิเลส ความอยากรวย อยากมียศศักดิ์ และกามารมณ์ พร้อมทั้งมอบหมายให้ท่านเป็นทายาททางธรรมเพื่อสืบสานวิชาแพทย์และวิทยาคมต่อไปในภายภาคหน้า
  2. ศึกษาพระปริยัติธรรมและมูลกัจจายน์: ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของพระธรรมวินัย ท่านได้เดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมและภาษาบาลี (คัมภีร์มูลกัจจายน์) กับพระอาจารย์จีน ที่ วัดเจ้าเจ็ดใน เป็นระยะเวลา ปี ซึ่งการศึกษาบาลีในยุคนั้นถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญในการแปลและทำความเข้าใจพระไตรปิฎก
  3. ศึกษาอภิธรรมและการแพทย์แผนโบราณ ณ กรุงเทพมหานคร: จากนั้นท่านได้เดินทางเข้าสู่เมืองหลวง เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติมจนจบอภิธรรม คัมภีร์ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยใช้เวลาจำพรรษาอยู่ที่กรุงเทพมหานครถึง ปี ในระหว่างนี้ ท่านยังได้ฝากตัวเข้าศึกษาวิชาการแพทย์แผนโบราณเพิ่มเติมที่ วัดสังเวชวิศยาราม ทำให้ท่านมีความเชี่ยวชาญในการใช้ยาสมุนไพรบำบัดรักษาผู้คนได้อย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา
  4. ศึกษาเพิ่มเติมด้านวิปัสสนาญาณชั้นสูง: ท่านยังไม่หยุดยั้งการแสวงหาความรู้ทางจิต ท่านได้เดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์และปฏิบัติธรรมเพิ่มเติมกับพระอริยสงฆ์แห่งยุค ได้แก่ หลวงพ่อเนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี (ซึ่งเป็นอาจารย์ของเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูป) และ หลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดคลองมะดัน ซึ่งการศึกษาขัดเกลาจิตใจจากพระเถระทั้งสองรูปนี้ ทำให้หลวงพ่อปานมีพลังจิตและสมาธิที่กล้าแข็งยิ่งขึ้น
  5. ศึกษาวิทยาคมสายพระร่วงและพระคาถาปัจเจกโพธิสัตว์: ในด้านพุทธาคม ท่านได้เดินทางไปเรียนวิชาการปลุกเสกพระเครื่องและการเป่ายันต์เกราะเพชร จาก อาจารย์แจง ฆราวาสจอมขมังเวทย์ชาวสวรรคโลก ซึ่งสืบทอดตำรามาจากสายพระร่วงโบราณ และในเวลาต่อมา ท่านยังได้รับการถ่ายทอด พระคาถาปัจเจกโพธิสัตว์ มาจาก ครูผึ้ง ฆราวาสวัย ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งพระคาถานี้ได้กลายเป็นตำนานแห่งมหาลาภที่ส่งต่อมาจนถึงปัจจุบัน

3. เส้นทางธรรมและผลงานสำคัญในการพัฒนาพระพุทธศาสนา

3.1 การดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและสมณศักดิ์

ภายหลังจากที่ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนจนแตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม ท่านได้กลับมาจำพรรษาที่วัดบางนมโค เพื่อนำความรู้มาสงเคราะห์ชาวบ้าน ลำดับการปกครองของวัดบางนมโคในช่วงนั้น เริ่มจาก พระอธิการคล้าย และต่อมาคือ พระอธิการสายัณห์ (หรือ พระอธิการเย็น สุนทรวงษ์) เมื่อพระอธิการเย็นมรณภาพลงในปี พ.ศ. 2478 คณะสงฆ์และชาวบ้านจึงได้มีมติเห็นชอบให้อาราธนาหลวงพ่อปานขึ้นดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดบางนมโค ลำดับที่ 3 อย่างเป็นทางการ (พ.ศ. 2478 – 2481) 1 (แม้ว่าในทางปฏิบัติ ท่านจะมีบทบาทในการเป็นผู้นำการพัฒนาและดูแลรักษาวัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461 ก็ตาม)

ด้วยคุณูปการอันมหาศาลที่ท่านได้สร้างคุณประโยชน์แก่พระศาสนาและสังคมบ้านเมือง ทางคณะสงฆ์และพระมหากษัตริย์จึงได้พิจารณายกย่องท่าน โดยในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ได้พระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูวิหารกิจจานุการ" ซึ่งนามสมณศักดิ์นี้แปลความหมายได้อย่างตรงตัวว่า "ผู้ที่มีกิจและธุระในการสร้างและบูรณะวิหาร (ศาสนสถาน) อย่างต่อเนื่อง" นับเป็นการยกย่องที่สอดคล้องกับวัตรปฏิบัติของท่านอย่างแท้จริง

3.2 พระนักพัฒนา: การสร้างวัด บูรณะศาสนสถาน และสงเคราะห์ชุมชน

ปฏิปทาสำคัญประการหนึ่งของหลวงพ่อปาน คือปฏิปทาของ "พระโพธิสัตว์" (พุทธภูมิ) ซึ่งตามคติความเชื่อในพระพุทธศาสนา ผู้ที่ปรารถนาพระโพธิญาณเพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตกาล จำเป็นต้องบำเพ็ญบารมีอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะเรื่อง "ทานบารมี" และการสร้างถาวรวัตถุเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ตลอดชีวิตสมณะของท่าน ท่านได้เป็นประธานริเริ่มการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างวัดต่างๆ มากกว่า วัด ทั้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียง

ผลงานที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยน "วัดนมโค" ซึ่งทรุดโทรมมาแต่ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2310) ให้กลายเป็น วัดบางนมโค ที่มีความมั่นคงถาวร กุฏิ ศาลา และอุโบสถ ล้วนถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงและคงทนแข็งแรง วัดอื่นๆ ที่มีบันทึกว่าท่านได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเป็นประธานในการสร้างและบูรณะ ได้แก่ วัดบางประหาน, วัดเขาวงพระจันทร์, และอีกหลายสิบวัดทั่วภาคกลางตอนล่าง

ความสำเร็จในการสร้างศาสนสถานจำนวนมหาศาลของท่าน ไม่ได้เกิดจากการบังคับเรี่ยไรเงินแต่อย่างใด แต่เกิดจาก "บารมี" และ "ความศรัทธา" ของมหาชนที่หลั่งไหลเข้ามาให้ท่านรักษาโรคด้วยยาสมุนไพร เป่ายันต์เกราะเพชร และขอรับพระเครื่องเนื้อดินพิมพ์ขี่สัตว์ เมื่อท่านได้จตุปัจจัยมา ท่านจะไม่เก็บสะสมไว้เป็นสมบัติส่วนตัวแม้แต่สลึงเดียว แต่จะนำไปทุ่มเทให้กับการก่อสร้างวัดวาอารามทั้งหมด ความแข็งแรงและมาตรฐานการก่อสร้างของสิ่งก่อสร้างที่ท่านทำไว้ เป็นที่ประจักษ์จนถึงกาลปัจจุบัน ถึงขนาดที่ในวันที่ ธันวาคม พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้เสด็จประพาสวัดบางนมโคเป็นการส่วนพระองค์ และทรงมีพระราชดำรัสยกย่องว่า "หลวงพ่อปานเก่งมาก ศักดิ์สิทธิ์มาก ได้ทำประโยชน์ไว้มาก ก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อย่างมั่นคง"

3.3 การเผยแผ่ศาสนาและการสั่งสอนศิษยานุศิษย์สายธรรม

ในฐานะพระอาจารย์ หลวงพ่อปานมีความเข้มงวดและใส่ใจในการสั่งสอนพระภิกษุสามเณรและฆราวาส ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน "สามเสือแห่งเมืองกรุงเก่า" (ประกอบด้วย หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก และหลวงปู่ยิ้ม วัดเจ้าเจ็ดใน) ท่านไม่ได้สอนเพียงวิชาอาคมเท่านั้น แต่เน้นย้ำถึงการรักษาสิกขาบท การทำสมาธิ และการเจริญวิปัสสนาญาณ เพื่อมุ่งสู่การดับทุกข์ตามมรรคาแห่งพระนิพพาน หรืออย่างน้อยเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้ตั้งมั่นในศีลธรรม

ท่านมีศิษยานุศิษย์ที่ได้รับการสืบทอดวิชาและต่อมาได้กลายเป็นพระมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงระดับประเทศหลายรูป ซึ่งเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของท่านอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ:

  1. พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) วัดจันทาราม (ท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี: ศิษย์เอกผู้สืบทอดวิชามโนมยิทธิ (การมีฤทธิ์ทางใจ) วิปัสสนากรรมฐาน และตำรายันต์เกราะเพชร ท่านเป็นผู้บันทึกประวัติและเรื่องราวของหลวงพ่อปานไว้อย่างละเอียดที่สุด รวมถึงเป็นผู้นำ "คาถาเงินล้าน" มาเผยแพร่จนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
  2. หลวงปู่ฤๅษีลิงขาว (ช่อ อภินันโท) วัดฤกษ์บุญมี จังหวัดสุพรรณบุรี
  3. หลวงพ่อฤๅษีลิงเล็ก (บุญศรี อินทวัณโณ) วัดใหม่ศรีสุทธาวาส จังหวัดนครสวรรค์
  4. พระมงคลวราจารย์ (เชิญ ปุญฺญสิริ) วัดโคกทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  5. พระอธิการเล็ก เกสโร: พระเถระผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางนมโค ลำดับที่ ต่อจากท่าน และเป็นผู้ดูแลรักษามรดกทางธรรมของวัดบางนมโคสืบไป

4. วิทยาคม พระเวทมนตร์ และวิชาแพทย์แผนโบราณ

วิทยาคมของหลวงพ่อปานมิใช่ไสยศาสตร์มนต์ดำกึ่งเดรัจฉานวิชา แต่เป็น "พุทธเวท" ที่อาศัยอำนาจบารมีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นที่ตั้ง ผสานกับพลังจิตที่ฝึกฝนมาอย่างบริบูรณ์ วิชาที่สร้างชื่อเสียงให้ท่านอย่างมากในหน้าประวัติศาสตร์มี ประการหลัก ได้แก่ ยันต์เกราะเพชร และ คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า ตลอดจนความเชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์สมุนไพร

4.1 ตำนานแห่ง "ยันต์เกราะเพชร"

ที่มาของวิชา: หลวงพ่อปานได้เดินทางไปเรียนวิชาการปลุกเสกพระเครื่องและการเป่ายันต์เกราะเพชรมาจาก "อาจารย์แจง" ฆราวาสจอมขมังเวทชาวอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย (หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าสวรรคโลก) ซึ่งอาจารย์แจงผู้นี้เป็นผู้ครอบครองและสืบทอดคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์โบราณที่เรียกว่า "ตำราพระร่วง"

กลไกของยันต์และการเป่ายันต์: ยันต์เกราะเพชรของหลวงพ่อปานมีความแตกต่างจากสำนักอื่น กล่าวคือ ไม่ได้ใช้วิธีการสักหมึกหรือน้ำมันลงบนผิวหนังให้เกิดความเจ็บปวด แต่ใช้กระบวนการ "เป่า" อักขระยันต์เข้าสู่ร่างกายผ่านสมาธิจิตอันกล้าแข็งของผู้เป่า อักขระยันต์นี้ดัดแปลงมาจากส่วนหนึ่งของธงมหาพิชัยสงคราม โดยนำเอาบทพุทธคุณห้องต้น คือ "อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ..." (อิติปิโส ทิศ) มาเขียนเรียงเป็นตัวอักษรขอม โดยเขียนในแนวตั้งลงมาบรรทัดละ คำ แล้วชักยันต์ขึ้นไปร้อยรัดกันเป็นตาข่าย คล้ายลวดลายของตาข่ายเพชรหรือเกราะป้องกัน

พุทธคุณและข้อห้ามทางศีลธรรม: เชื่อกันว่าผู้ที่ได้รับการเป่ายันต์เกราะเพชรจากหลวงพ่อปาน (รวมถึงศิษย์สายวัดท่าซุงที่สืบทอดวิชานี้) จะมีอานุภาพป้องกันภัย ประการ ได้แก่:

  1. จะไม่ตายโหงอย่างเด็ดขาด
  2. จะไม่ตายด้วยพิษของสัตว์ร้ายและแมลงมีพิษทุกชนิด
  3. ปลอดภัยจากการถูกกระทำด้วยไสยศาสตร์ มนต์ดำ และคุณไสยทุกชนิด
  4. หากมีผู้ใดคิดร้ายหรือทำคุณไสยใส่ ไสยศาสตร์เหล่านั้นจะสะท้อนกลับไปยังผู้กระทำเอง

ข้อห้ามเด็ดขาด (ศีลกำกับยันต์): ผู้ที่รับยันต์เกราะเพชรไปจะต้องรักษาสัจจะและศีลอย่างน้อย ข้ออย่างเคร่งครัด คือ ห้ามดื่มสุราเมรัย (ยกเว้นใช้เป็นกระสายยาในการรักษาโรค) และ ห้ามทุจริตลักขโมยของผู้อื่น หากบุคคลใดละเมิดข้อห้ามดังกล่าว ยันต์เกราะเพชรจะคลายความศักดิ์สิทธิ์และไม่คุ้มครองบุคคลนั้นอีกต่อไป ในมุมมองทางสังคมวิทยา ศาสนวิทยา และจิตวิทยาพฤติกรรม ข้อห้ามนี้คือกุศโลบายอันชาญฉลาดและแยบยลยิ่งในการใช้ความเชื่อทางไสยเวทเป็นเครื่องมือในการควบคุมและยกระดับศีลธรรมของประชาชนในสังคม ลดปัญหาอาชญากรรมและการทะเลาะวิวาทจากความมึนเมาได้อย่างเป็นรูปธรรม

4.2 คาถาพระปัจเจกพุทธเจ้า (คาถามหาลาภ / คาถาเงินล้าน)

ที่มาของวิชา: หลวงพ่อปานได้รับเมตตาถ่ายทอดพระคาถานี้มาจาก "ครูผึ้ง" ฆราวาสผู้ทรงศีลวัย ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2472 ซึ่งคาถาบทนี้ต่อมาได้กลายเป็นต้นเค้าและรากฐานของ "คาถาเงินล้าน" อันลือลั่นที่หลวงพ่อฤๅษีลิงดำนำมาประยุกต์และเผยแพร่

วิธีสวดและอานิสงส์: คาถาพระปัจเจกโพธิสัตว์นี้เป็นคาถาที่ให้คุณทางด้านโภคทรัพย์ ลาภผล ทำมาค้าขึ้น และขับไล่ความยากจนขัดสน ยิ่งไปกว่านั้น หากผู้ปฏิบัติสวดพร้อมกับการเจริญอานาปานสติ จะสามารถยกระดับจิตเข้าสู่ฌานสมาบัติและเกิดทิพยจักษุญาณ (ตาทิพย์) ได้ เงื่อนไขแห่งความสำเร็จคือ ผู้ปฏิบัติจะต้องสละความตระหนี่ด้วยการ ใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ทุกวัน สมาทานศีล ให้บริสุทธิ์ และสวดภาวนา 3, 5, หรือ จบอย่างสม่ำเสมอเป็นนิตย์

คาถาเด่น บท พร้อมคำแปลและวิธีสวด:

  1. พระคาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ (ฉบับดั้งเดิมหลวงพ่อปาน):
    (ตั้งนะโม จบ แล้วกล่าวบทนำ ครั้ง)"พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ" (จากนั้นสวดเนื้อหาพระคาถา 3, 5, หรือ จบ) "วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม" 8 วิธีใช้: สวดบริกรรมขณะตักข้าวใส่บาตร สวดก่อนนอน และสวดเมื่อตื่นนอน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในสัมมาอาชีพ
  2. คาถามหาลาภ (คาถาเรียกทรัพย์):"นะมามีมา มะหาลาภา อิติพุทธัสสะ สุวัณณังวา ระชะตังวา ธะนังวา พึซังวา อัตถังวา ปัตถังวา เอหิ เอหิ อาคัจเฉยยะ อิติมึมา นะมามิหัง" 1 วิธีใช้: ใช้สวดภาวนาก่อนนอน จบ และตื่นนอนตอนเช้า จบ เพื่อเป็นการเรียกทรัพย์ เรียกลาภผล และเป็นสิริมงคลก่อนออกไปประกอบอาชีพ
  3. คาถามหาพิทักษ์ (คาถาพัชรน้อย):"จิตติ วิตัง นะกรึง คะรัง" 1 วิธีใช้: ใช้บริกรรมภาวนาในขณะที่กำลังคล้องกุญแจ ปิดบ้าน ปิดหน้าต่าง หรือปิดหีบสมบัติ เชื่อกันว่ามีอานุภาพป้องกันโจรผู้ร้ายมิให้มาโจรกรรมทรัพย์สินได้

4.3 วิทยาคมด้านการแพทย์แผนโบราณ (เวชศาสตร์สมุนไพร)

นอกเหนือจากวิชาคาถาอาคม หลวงพ่อปานยังเป็น "พระหมอ" ที่มีชื่อเสียงระดับตำนาน ท่านนำความรู้ที่ศึกษาจากวัดสังเวชวิศยารามมาประยุกต์ใช้ในการสงเคราะห์ชาวบ้านที่เจ็บไข้ได้ป่วย มีการบันทึกถึง "ยาลม จำพวก" และ "ยาพระพุทธเจ้า" รวมถึงการใช้น้ำมันตระกูลต่างๆ เช่น "น้ำมันสังคโลก" ในการบำบัดรักษาโรค วิธีการวินิจฉัยโรคของท่านมีความเป็นเอกลักษณ์และเหนือชั้น กล่าวคือ ท่านจะให้คนไข้เคี้ยว "หมาก" ที่ท่านเตรียมไว้ คำ รสชาติที่คนไข้รับรู้จากการเคี้ยวหมาก (เช่น หวาน, ขม, เปรี้ยว, ร้อน) จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าคนไข้ป่วยเป็นโรคอันใด หากโรคใดที่อยู่นอกเหนือวิชาของท่าน ท่านก็จะแนะนำให้คนไข้ไปรักษาที่โรงพยาบาลแพทย์แผนใหม่ แสดงให้เห็นถึงความมีเหตุผลและไม่หลงงมงายในวิชาของตนเองจนเกินขอบเขต

5. พระเครื่องและวัตถุมงคลเนื้อดินพิมพ์ขี่สัตว์

ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์และสร้างความนิยมในหมู่นักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศจนถึงปัจจุบัน ทั้งยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสุดยอดพระเนื้อดินเผาของเมืองไทย คือ "พระเนื้อดิน พิมพ์ขี่สัตว์ ชนิด" แห่งวัดบางนมโค

5.1 นิมิตแห่งการสร้างพระและมวลสารศักดิ์สิทธิ์

การสร้างพระเครื่องของหลวงพ่อปานไม่ได้เกิดจากการลอกเลียนแบบศิลปะจากที่ใด แต่เกิดขึ้นจากกระบวนการทางจิต ตามประวัติกล่าวว่า ขณะที่ท่านกำลังเจริญอสุภกรรมฐาน (การพิจารณาซากศพ) อยู่ที่ศาลาเก็บศพท้ายวัด ท่านได้เกิดนิมิตเห็น "ชีปะขาว" ปรากฏกายขึ้นในสมาธิ ชีปะขาวท่านนั้นได้สั่งให้หลวงพ่อปานสร้างพระพิมพ์เป็นรูปองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปางสมาธิ ประทับนั่งอยู่เหนือฐาน และมีรูปสัตว์พาหนะ ชนิดอยู่เบื้องล่าง พร้อมทั้งมอบหมายคาถากำกับสัตว์แต่ละชนิดให้โดยเฉพาะ ท่านเริ่มสร้างและแจกจ่ายอย่างเป็นทางการราวปี พ.ศ. 2460 ซึ่งแบ่งออกเป็น ยุคหลัก คือ "พิมพ์โบราณ" ที่ช่างชาวบ้านเป็นผู้แกะพิมพ์ (รูปทรงยังไม่สวยงามนัก มีเส้นรัศมีขีดๆ ที่ขอบ) และ "พิมพ์นิยม" หรือพิมพ์มาตรฐาน ที่ช่างหลวงหรือช่างผู้มีฝีมือประณีตเป็นผู้แกะแบบในเวลาต่อมา

5.2 ลักษณะพิเศษและจุดพิจารณา (การแยกพระแท้-พระเทียม)

พระเครื่องหลวงพ่อปาน เป็นพระเนื้อดินเผาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เจียนมุม (ตัดมุม) ทั้งสี่ด้าน เนื้อดินสร้างจากมวลสารหลักคือ "ดินขุยปู" และ "ดินนวล" ตามทุ่งนา นำมากรองจนได้เนื้อที่ละเอียดปานกลาง จุดสังเกตที่สำคัญทางกายภาพที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ในการพิจารณาความแท้ ประกอบด้วย:

  1. ร่องรอยสาก (ตุ่มทราย): ผิวพระหลวงพ่อปานของแท้จะมีเม็ดทรายขนาดเล็กปรากฏอยู่ทั่วไป และบางส่วนจะจมอยู่ใต้ผิวพระ ดันให้เนื้อดินนูนขึ้นเป็นตุ่มแหลมเล็กๆ คล้ายกระดาษทราย ซึ่งจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนในองค์พระที่ยังไม่ผ่านการใช้งานหรือการสัมผัส
  2. ร่องรอยแกลบ: เนื่องจากขั้นตอนการเผาในสมัยนั้นใช้ "แกลบ" ในการสุมไฟ ทำให้ผิวเนื้อดินเผามีร่องรอยแกลบหลุดร่วง หรือเกิดรูพรุนเล็กๆ ปรากฏอยู่ตามผิวองค์พระ
  3. สีของเนื้อดิน: สีมาตรฐานคือ สีอิฐ หรือ สีหม้อใหม่ แต่ส่วนใหญ่ที่พบในวงการมักมีสีซีดจางไปจนถึงออกเป็นสีชมพูอ่อนๆ หรือเนื้อออกดำ (หาได้ยาก) ซึ่งแปรผันตามอุณหภูมิการเผาและกาลเวลา
  4. อักขระขอมยันต์ตรีเพชร: ด้านข้างของพระประธานทั้งสองฝั่ง จะต้องมีอักขระขอมตัวนูนปรากฏอยู่ข้างละ ตัว คือ "มะ อะ อุ อุ" อันเป็นยอดพระคาถาหัวใจพระไตรปิฎก
  5. ผงอุดวิเศษ (หัวใจสำคัญที่สุด): ด้านบนสุด (หรือใต้ฐานในบางพิมพ์) ขององค์พระ จะมีการเจาะรูและบรรจุ "ผงวิเศษ" ปิดทับด้วยซีเมนต์โบราณ สภาพเดิมของซีเมนต์จะออกสีเทาอมเขียวผสมกับสีขาวของผงวิเศษอย่างเป็นธรรมชาติ ผงวิเศษนี้ผสมขึ้นจาก สูตรหลัก ได้แก่:
  • ผงวิเศษหัวใจสัตว์: เกิดจากการเขียนและลบผงอักขระคาถาหัวใจสัตว์ทั้ง ชนิด
  • ผงวิเศษจากยันต์เกราะเพชร: เกิดจากการเขียนและลบผงยันต์เกราะเพชรบนกระดานชนวน
  • ผงวิเศษ ประการ: ตามตำราการทำผงพุทธคุณโบราณ ได้แก่ ผงอิทธิเจ (เด่นทางเมตตา), ผงปถมัง (เด่นทางคงกระพัน), ผงมหาราช (เด่นทางอำนาจ), ผงตรีนิสิงเห (เด่นทางป้องกันภัย) และผงพระพุทธคุณ 17 (หมายเหตุ: ในอดีตชาวบ้านมักแคะเอาผงวิเศษนี้ออกไปผสมน้ำเพื่อกินรักษาโรค ทำให้พระหลวงพ่อปานที่มีสภาพผงอุดสมบูรณ์เดิมๆ หาได้ยากยิ่งและมีมูลค่าสูงมาก)

5.3 พุทธคุณจำแนกตามพิมพ์สัตว์ ชนิด และมูลค่าตลาดปัจจุบัน

แม้องค์หลวงพ่อปานจะไม่ได้ระบุแบ่งแยกพุทธคุณของแต่ละพิมพ์ไว้อย่างชัดเจนด้วยตัวท่านเอง แต่จากประสบการณ์และประจักษ์พยานของผู้บูชาที่สั่งสมมานับศตวรรษ ได้ก่อให้เกิดเป็นคำกล่าวขานเชิงอุปมาอุปไมยในวงการพระเครื่องว่า "นกทำนา ไก่หากิน เม่นเดินป่า ปลาค้าขาย ครุฑอำนาจ หนุมานรับราชการ" ตารางด้านล่างนี้สรุปรายละเอียดพุทธคุณและราคาตลาดอ้างอิงในช่วงปี พ.ศ. 2568 - 2569:

รูปแบบพิมพ์ทรง (สัตว์พาหนะ) พุทธคุณเด่นและความเชื่อทางสังคม ตัวอย่างพิมพ์ย่อยยอดนิยมและราคาตลาดมาตรฐานสากล (พ.ศ. 2568-2569)
1. พิมพ์ทรงไก่ (ไก่หากิน) โดดเด่นเป็นเลิศด้าน เมตตามหานิยม และ การทำมาค้าขาย มีลาภผล อำนวยความสำเร็จในการประกอบสัมมาอาชีพที่ต้องพบปะติดต่อกับผู้คน เปรียบเสมือนพฤติกรรมของไก่ที่ตื่นเช้าและคุ้ยเขี่ยหากินเก่งตลอดเวลา 5 พิมพ์ขี่ไก่หางพวง ถือเป็นพิมพ์ระดับ Top สุดและมีมูลค่าแพงที่สุดในสายนี้ หากสภาพเดิมสมบูรณ์ (องค์ดารา) มักถูกเก็บเป็น "โชว์พระ" หาประเมินค่ามิได้, พิมพ์ขี่ไก่หาง เส้น ราคาซื้อขายจริงประมาณ 380,000 บาท 17
2. พิมพ์ทรงหนุมาน (หนุมานรับราชการ) โดดเด่นด้าน การรับอาสาเจ้านาย การปกครอง แคล้วคลาด และคงกระพันชาตรี สอดคล้องกับคุณลักษณะของหนุมานทหารเอกแห่งพระราม จึงเหมาะสำหรับผู้มีอาชีพรับราชการ ทหาร ตำรวจ หรือผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 5 พิมพ์หนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือน เป็นพิมพ์ที่หายากและมีความอลังการทางศิลปะ ราคาตลาดพุ่งสูงถึงประมาณ 599,999 บาท, พิมพ์หนุมานแบกแท่น ราคาหลักแสนต้นถึงกลาง 17
3. พิมพ์ทรงครุฑ (ครุฑอำนาจ) โดดเด่นด้าน มหาอำนาจ วาสนา บารมี ทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวและยำเกรง ครุฑเป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์และราชการ เหมาะสำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เจ้านาย หรือนักบริหารระดับสูงที่ต้องควบคุมคนจำนวนมาก 5 พิมพ์ขี่ครุฑใหญ่ทรงเครื่อง สภาพสวยงามราคาอยู่ในช่วงหลักแสนกลางขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความลึกของแม่พิมพ์ 21
4. พิมพ์ทรงนก (นกทำนา) โดดเด่นด้าน ความสำเร็จทางเกษตรกรรมและการเจรจาสื่อสาร เหมาะสำหรับผู้ทำไร่ทำนาในอดีต และในยุคปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ นักพูด นักแสดง นักการทูต นักกฎหมาย และนักสื่อสารมวลชน 5 พิมพ์ทรงนกปางมารวิชัย (บัวเม็ด) ราคาตลาดสำหรับองค์ที่สวยแชมป์อยู่ที่ประมาณ 499,999 บาท 17
5. พิมพ์ทรงปลา (ปลาค้าขาย) โดดเด่นด้าน ความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภในการค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าขายทางน้ำ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง อาหาร หรือการเดินทาง 5 พิมพ์ขี่ปลาหมอ ราคาประมาณ 120,000 บาท, พิมพ์ปลาจีน (พิมพ์ที่มีจุดสังเกตคือซุ้มครอบแก้วชัดเจนและอักขระ "อุ" เด่นชัด) มักถูกเช่าหาอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่ตลาด 17
6. พิมพ์ทรงเม่น (เม่นเดินป่า) โดดเด่นด้าน การคุ้มครองป้องกันภัย ป้องกันอาถรรพ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไกล ผู้ที่ทำงานคลุกคลีกับป่าดงพงไพร รวมถึงนักวิศวกรเกษตร พืชไร่ และนักค้าที่ดินอสังหาริมทรัพย์ 5 พิมพ์เม่นมังกร / เม่นบัวสองชั้น ราคาหลักหมื่นปลายถึงแสนต้น ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของผงวิเศษและเส้นสายแม่พิมพ์ 17

(หมายเหตุ: ราคาตลาดดังกล่าวเป็นการอ้างอิงจากข้อมูลการเช่าบูชามาตรฐานสากล ปี พ.ศ. 2568-2569 ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงผันผวนตามสภาพความสมบูรณ์ของเนื้อพระ ความคมชัดของพิมพ์ และที่สำคัญที่สุดคือสภาพความสมบูรณ์ของผงอุดวิเศษด้านบน 17)

6. เรื่องเล่า ปาฏิหาริย์ และบารมีที่มีการบันทึก

ความศักดิ์สิทธิ์และบารมีของหลวงพ่อปานไม่ใช่มุขปาฐะที่เลื่อนลอย แต่ได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะจากคำบอกเล่าและข้อเขียนของ "พระราชพรหมยาน" (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใกล้ชิด ปรากฏการณ์หลายอย่างแม้จะดูเหนือธรรมชาติ แต่ก็ได้รับการอธิบายผ่านกรอบของ "พุทธศาสตร์" และผลลัพธ์จากการเจริญสมาธิสมาบัติขั้นสูง

6.1 เหตุการณ์ถูกทดสอบด้วย "วิชาบังฟัน" (ไสยศาสตร์มนต์ดำ)

ในยุคสมัยนั้น หลวงพ่อปานเป็นพระเถระที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ท่านได้ใช้วิชาแพทย์และน้ำมนต์รักษาคนไข้ ตลอดจนถอนคุณไสยให้แก่ชาวบ้านที่ถูกทำของใส่ การกระทำดังกล่าวทำให้หมอผีและผู้มีวิชาสายดำในแถบภาคกลาง โดยเฉพาะในจังหวัดสุพรรณบุรี เกิดความเสียผลประโยชน์ ขัดเคือง และโกรธแค้นท่านอย่างหนัก

ในคราวที่ท่านเดินทางไปพักจำวัดที่ วัดประตูศาล จังหวัดสุพรรณบุรี หมอผีผู้มีอาคมเร้นลับได้ลอบทำร้ายท่านด้วยวิชาไสยศาสตร์ชั้นสูงที่เรียกว่า "บังฟัน" (การใช้อาคมฟันไปที่อากาศ วัตถุ หรือเงา แต่ทำให้เหยื่อเกิดบาดแผลฉกรรจ์) ผลของการถูกอาคมบังฟันทำให้จีวรและเสื้อผ้าอังสะของหลวงพ่อปานขาดรุ่งริ่งหลุดลุ่ยราวกับถูกดาบซามูไรฟันอย่างรุนแรง แต่ด้วยอำนาจสมาธิจิตและพุทธคุณที่คุ้มครอง ร่างกายเนื้อของท่านกลับไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือโลหิตตกตกแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม แรงกระแทกของมวลอาคมที่รุนแรงทำให้เกิดอาการช้ำในและเกิดแผลทางพลังงานภายในบริเวณหน้าอก ส่งผลให้ท่านมีอาการป่วยหนัก อาเจียน และถึงขั้นสลบไสลหมดสติไป ในวิกฤตการณ์นั้น ท่านได้รับการช่วยเหลือจาก อาจารย์จาบ แห่งอำเภอบางบาล ฆราวาสลูกศิษย์สายอาจารย์เดียวกัน ซึ่งได้เก็บยอดไม้ 2-3 ยอดในบริเวณนั้นมาบริกรรมคาถาแล้วต้มให้ท่านฉันเป็นยาสมุนไพร จนในที่สุดท่านก็สามารถฟื้นคืนสติและรอดพ้นวิกฤตมาได้ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมีเมตตาธรรมขั้นสูงของท่าน เพราะเมื่อท่านฟื้นขึ้นมา ท่านมิได้ผูกพยาบาท ค้นหาตัวคนทำ หรือตอบโต้หมอผีเหล่านั้นด้วยอาคมเลย แต่กลับแผ่เมตตาอโหสิกรรมและถือว่านี่เป็น "เศษกรรมเก่า" ที่ท่านต้องชดใช้ให้หมดสิ้น

6.2 ปรากฏการณ์จิตถอดร่างสู่ "สวรรค์ชั้นดุสิต" (ประสบการณ์ใกล้ตาย)

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ล้มป่วยจนสลบไสล หลวงพ่อฤๅษีลิงดำได้บันทึกคำบอกเล่าของหลวงพ่อปานไว้ว่า ในช่วงเวลา 2-3 วันที่ท่านหมดสติไปนั้น (ซึ่งลูกศิษย์บางคนถึงกับร้องไห้และเข้าใจว่าท่านได้มรณภาพไปแล้ว) จิตของท่านได้ถอดออกจากสรีระร่างและเดินทางข้ามมิติไปยังทิพยสถานแห่งหนึ่งซึ่งมีความวิจิตรตระการตาอย่างหาที่เปรียบมิได้ สถานที่นั้นคือ "สวรรค์ชั้นดุสิต" (สวรรค์ชั้นที่ ตามคติไตรภูมิ)

เมื่อหลวงพ่อปานฟื้นขึ้นมา ท่านได้เล่าให้ศิษยานุศิษย์ฟังว่า สวรรค์ชั้นดุสิตนี้มีความสว่างไสวและสวยงามเกินกว่าที่ภาษามนุษย์จะพรรณนาได้ เป็นดินแดนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ประการ คือ:

  1. เป็นที่ประทับของพุทธบิดาและพุทธมารดาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
  2. เป็นที่อยู่ของพระอริยบุคคลระดับพระโสดาบัน พระสกิทาคามี ขึ้นไป
  3. เป็น "บ้านพักของพระโพธิสัตว์" ที่มีบารมีเต็มหรือใกล้จะเต็ม ซึ่งจะมาจุติรอวาระเพื่อจะลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต

ณ ทิพยสถานแห่งนั้น ท่านได้พบกับเทพผู้ทรงศักดิ์นามว่า "อินทกะ" และพระอินทร์ ซึ่งได้บอกกล่าวว่าเวลาของท่านบนโลกมนุษย์ยังไม่สิ้นสุด ท่านยังมีหน้าที่สำคัญที่ต้องกลับไปบำเพ็ญบารมี สร้างวัดวาอาราม และสงเคราะห์สรรพสัตว์ต่อ ท่านจึงฟื้นคืนสติกลับมาเข้าร่าง และได้นำเรื่องราวภพภูมินี้มาเล่าเป็นธรรมทาน เพื่อยืนยันถึงกฎแห่งกรรม โลกหน้า และสวรรค์ที่มีอยู่จริง การไปเยือนชั้นดุสิตของท่าน เป็นการเน้นย้ำและยืนยันถึงสถานะทางจิตวิญญาณของท่านที่เหล่าศิษยานุศิษย์เชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจว่า หลวงพ่อปานคือ "พระโพธิสัตว์" ผู้กำลังบำเพ็ญ "พุทธภูมิ" อย่างแท้จริง

7. มรณภาพและการจัดการสรีระสังขาร

7.1 วาระสุดท้ายแห่งสังขารและการ "รู้วันตาย"

ด้วยวิปัสสนาญาณอันแก่กล้าและสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์พร้อม หลวงพ่อปานเป็นพระอริยสงฆ์ที่สามารถ "รู้วันตาย" ของตนเองล่วงหน้า ท่านได้สั่งเสียและเตรียมความพร้อมให้กับคณะศิษย์อย่างสงบเงียบ รวมถึงการมอบหมายให้ พระอธิการเล็ก เกสโร เป็นผู้รับสืบทอดการบริหารจัดการและดูแลรักษาวัดบางนมโคต่อไป เพื่อไม่ให้การพระศาสนาต้องหยุดชะงัก

ลางบอกเหตุและช่วงเวลาแห่งการละสังขาร เกิดขึ้นหลังจากที่ท่านได้ตรากตรำทำงานหนักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้งการบำเพ็ญประโยชน์ สร้างวัดวาอารามกว่า แห่ง และรักษาโรคให้แก่ประชาชนมาอย่างยาวนานนับทศวรรษ สังขารของท่านเริ่มร่วงโรยตามกฎแห่งไตรลักษณ์

ในที่สุด พระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน โสนันโท) ได้ละสังขารอย่างสงบเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ 8) สิริรวมอายุได้ 63 ปี นับพรรษาการครองสมณเพศได้ 43 พรรษา ทิ้งไว้เพียงคุณูปการอันยิ่งใหญ่และธรรมะที่เป็นอมตะ

7.2 การจัดการสรีระสังขารและมรดกทางศรัทธา

การจากไปของหลวงพ่อปานนำมาซึ่งความโศกเศร้าอาลัยอย่างยิ่งแก่พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ คณะศิษย์นำโดยพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) และคณะกรรมการวัด ได้ร่วมกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพอย่างสมเกียรติสูงสุด

แม้สรีระสังขารของท่านจะไม่ได้ถูกเก็บรักษาไว้ในโลงแก้วในลักษณะไม่เน่าเปื่อยเช่นเกจิอาจารย์บางรูป (เนื่องจากได้มีการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพไปตามประเพณีของคณะสงฆ์ในเวลาต่อมา) แต่ความเคารพศรัทธาของชาวบ้านและมวลมหาชนมิได้เสื่อมคลายลงตามกาลเวลา ศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันหล่อ "รูปเหมือนหลวงพ่อปานขนาดเท่าองค์จริง" ซึ่งประดิษฐานไว้ ณ มณฑปอันงดงามหน้าพระอุโบสถ วัดบางนมโค (โดยประดิษฐานเคียงข้างกับรูปหล่อของหลวงพ่อแช่มและหลวงปู่คล้าย อดีตเจ้าอาวาส)

ในปัจจุบัน เมื่อถึง วันขึ้น ค่ำ เดือนอ้าย ของทุกปี ทางวัดบางนมโคและชาวบ้านอำเภอเสนา จะร่วมกันจัดงานบำเพ็ญกุศลและงานไหว้พระประจำปี เพื่อสักการะและรำลึกถึงคุณูปการตลอดจนบารมีของหลวงพ่อปาน โดยมีพุทธศาสนิกชนคนรุ่นใหม่และผู้เลื่อมใสศรัทธาจำนวนหลายพันคน เดินทางมาร่วมงาน ปิดทองรูปหล่อ และประกอบพิธี "ลอดใต้โบสถ์" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการล้างอาถรรพ์ สะเดาะเคราะห์ และเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตอย่างเนืองแน่น

8. การศึกษาและวิเคราะห์แหล่งข้อมูลอ้างอิงเชิงประวัติศาสตร์

รายงานการศึกษาเชิงลึกฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยการสืบค้น รวบรวม และประเมินคุณค่าจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิที่น่าเชื่อถือ ซึ่งครอบคลุมประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ตำนานเกจิอาจารย์ และหลักฐานทางศิลปกรรมพระเครื่องของไทย โดยหลีกเลี่ยงการจัดทำบรรณานุกรมแบบบัญชีรายชื่อท้ายเล่ม แต่บูรณาการการวิเคราะห์แหล่งข้อมูลเข้าไว้ในเนื้อหาดังต่อไปนี้:

ฐานข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในการรวบรวมวัตรปฏิบัติของหลวงพ่อปาน คือบันทึกของ กรมศิลปากร หอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ซึ่งได้เก็บรวบรวมหนังสือ ประวัติหลวงพ่อปาน (พระครูวิหารกิจจานุการ) วัดบางนมโค พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2517 โดยโรงพิมพ์เลี่ยงเซียงจงเจริญ (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569 จาก https://www.finearts.go.th/songkhlalibraryhm/) 28 หนังสือเล่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดเนื่องจากเป็นการถอดความจากเทปบันทึกเสียงของพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ศิษย์เอกที่บรรยายถึงธรรมปฏิบัติ การท่องนรก และสวรรค์ชั้นดุสิต ซึ่งสอดคล้องกับบทความวิเคราะห์เชิงลึกจาก เว็บไซต์วัดจันทาราม (ท่าซุง) ที่เผยแพร่ประวัติฉบับเก่า ภาค 2 ตอนจบ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 (เข้าถึงจาก http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=2759) 10 และบันทึกสารบัญการบูรณะวัด 40 แห่ง (เข้าถึงจาก http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=2446) 4

ในด้านประวัติศาสตร์ชาติภูมิและการลำดับเหตุการณ์สำคัญของชีวิต ศูนย์พุทธศรัทธา ได้ให้ข้อมูลที่หนักแน่นเกี่ยวกับวันเกิด การบวช และการมรณภาพ (เผยแพร่เมื่อ 12 กรกฎาคม 2553 เข้าถึงจาก http://buddhasattha.com/ประวัติ-หลวงพ่อปาน/) 1 ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้รับการยืนยันและสอดคล้องกับบันทึกทางวิชาการบน สารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย ในหัวข้อ "พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท)" ที่อ้างอิงจากหนังสือรวมสุดยอดพระคณาจารย์ทั้งหมด 180 พระองค์ (อัปเดตล่าสุด 25 มกราคม 2568 เข้าถึงจาก https://th.wikipedia.org/wiki/พระครูวิหารกิจจานุการ_(ปาน_โสนนฺโท)) 2 นอกจากนี้ ฐานข้อมูลจาก เว็บไซต์ Anyflip (บัญชีผู้ใช้ Mthavatchai) ยังได้จัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์สรุปการศึกษาประวัติศาสตร์และวิธีการสร้างพระเนื้อดิน 6 พิมพ์ทรง (เผยแพร่ 14 กันยายน 2563 เข้าถึงจาก https://anyflip.com/lmbpw/bgfg/basic) 3

สำหรับข้อมูลเชิงลึกด้านพุทธศิลป์และกลไกราคาตลาดพระเครื่อง เว็บไซต์ท่าพระจันทร์ดอทคอม (Thaprachan.com) เป็นแหล่งอ้างอิงหลักที่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับจุดพิจารณาแท้-เทียม ร่องรอยสาก รอยแกลบ และความผันผวนของราคาพิมพ์ขี่สัตว์ทั้ง 6 พิมพ์ในช่วงปี พ.ศ. 2568-2569 (เข้าถึงเมื่อ 9 กรกฎาคม 2568 จาก https://www.thaprachan.com/amulet_detail/YG09166054) 17 ประกอบกับการรับรองคุณลักษณะจาก สถาบันรับรองและตรวจสอบวัตถุมงคลประเทศไทย (ACI) ที่ช่วยยืนยันพุทธคุณของแต่ละพิมพ์ (อัปเดต 20 สิงหาคม 2563 เข้าถึงจาก https://www.acicertified.com/eventDetail/132) 5

ในมิติของวิทยาคมและคติชนวิทยา บทวิเคราะห์เรื่องยันต์เกราะเพชรจากคอลัมน์ความเชื่อของ ไทยรัฐออนไลน์ (เผยแพร่ 29 มิถุนายน 2564 เข้าถึงจาก https://www.thairath.co.th/horoscope/belief/2127496) 7 ได้อธิบายกลไกทางสังคมของการเป่ายันต์ไว้อย่างลึกซึ้ง ขณะที่ประวัติลำดับเจ้าอาวาสและการบำเพ็ญกุศลประจำปีได้รับการบันทึกไว้โดย ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี" อำเภอเสนา (เข้าถึงจาก http://library3122.blogspot.com/p/blog-page_07.html) 9 และเว็บบอร์ดสนทนาธรรมของ ธรรมะไทย (Dhammathai.org) (เข้าถึงจาก https://www.dhammathai.org/monktalk/dbview.php?No=468) 29 ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ประกอบกันเป็นจิ๊กซอว์ทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้รายงานฉบับนี้มีความเที่ยงตรงและครอบคลุมทุกมิติของพระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน โสนันโท) อย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลประกอบ

ดูแหล่งที่มาของข้อมูล
  1. ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค - เว็บศูนย์พุทธศรัทธา, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://buddhasattha.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99/
  2. พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนนฺโท) - วิกิพีเดีย, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_(%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99_%E0%B9%82%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B8%BA%E0%B9%82%E0%B8%97)
  3. ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคRev1 - ดาวน์โหลดหนังสือ | 1-50 หน้า | AnyFlip, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://anyflip.com/lmbpw/bgfg/basic
  4. (เหตุการณ์หลังหลวงพ่อปานมรณภาพ) ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค (ฉบับเก่า) - Watthasung, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=2446
  5. ประวัติและความเป็นมา "หลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงเม่นเล็ก (ฐานมีเส้น) วัดบางนมโค, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.acicertified.com/eventDetail/132
  6. พระอุปชาย์, พระกรรมวาจาจารย์(คู่สวด) และ อาจารย์ต่างๆ ของ หลวงพ่อปาน หลวงพ่อสุ่น วัด บางปลาหมอ ต.น้ำเต้า อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา อุปชาย์ของหลวงพ่อปานวัดบางนมโค เป็นอาจารย์สอนพระกรรมฐานทั้ง๔๐กองในวิสุธิมรรคให้แก่หลวงพ่อปาน สปนปฏิปทาในการปฏิบัติธุดงควัตร รวมทั้งสอนการรักษาโรคต่าง ๆ เพื่อสงเคราะห์ญาติโยมพุทธบริษัท หลวงพ่อปั้น วัดพิกุล ตำบล พระขาว อ.บางบาล จ.อยธยา เป็นพระผู้ทรงคุณธรรมขั้นสูงองค์หนึ่งที่หลวงพ่อสุ่นวัด, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://watpknm.ueuo.com/p24.html
  7. รู้จักยันต์เกราะเพชร หลวงพ่อปาน มีพุทธคุณอย่างไร - ไทยรัฐออนไลน์, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.thairath.co.th/horoscope/belief/2127496
  8. คาถาพระปัจเจกโพธิ์โปรดสัตว์ (หลวงพ่อปาน) - รักสวดมนต์, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://xn--12c2bdp3bj3ax5dvq.blogspot.com/2016/07/blog-post_15.html
  9. หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค - ห้องสมุดประชาชน"เฉลิมราชกุมารี"อำเภอเสนา, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://library3122.blogspot.com/p/blog-page_07.html
  10. ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค (ฉบับเก่า ภาค 2 ตอนจบ) - Watthasung, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=2759
  11. วัดจันทาราม (ท่าซุง) - (เหตุการณ์หลังหลวงพ่อปานมรณภาพ ... - Watthasung, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=2446
  12. รำลึก146ปีชาตกาล"หลวงพ่อปาน"สุดยอดคณาจารย์วัดบางนมโค - Kampeenews, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.kampeenews.com/post/%E0%B8%A3%E0%B8%B3%E0%B8%A5-%E0%B8%81146%E0%B8%9B-%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5-%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E-%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AA-%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2-%E0%B8%A7-%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84
  13. เปิดตำนานศิษย์เอกหลวงพ่อปาน วิชามโนมยิทธิท่องโลกทิพย์ ความลับพุทธภูมิที่ไม่มีใครรู้ - YouTube Music, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://music.youtube.com/podcast/bWv0HhnU1nQ
  14. อานุภาพยันต์เกราะเพชรของหลวงพ่อปาน | เว็บศูนย์พุทธศรัทธา, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://buddhasattha.com/%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3/
  15. ปฏิวัติสุขภาพกับปานเทพ " ไขข้อข้องใจ ยาลม 300 จำพวกใช้อย่างไรได้ผลดีที่สุด " B1 - YouTube, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=VSmkDPEG4Vg
  16. ฟังธรรม เรื่อง..ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค โดย..หลวงพ่อฤาษี (พระราชพรหมยาน) วัดท่าซุง (11 ชั่วโมง) - YouTube, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=Esi2RtaMSvE
  17. ท่าพระจันทร์ดอทคอม | ThaprachanDotCom : พระหลวงพ่อปาน วัดบางนม ..., เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.thaprachan.com/amulet_detail/YG09166054
  18. [พระเครื่องคุณเบญ] พระหลวงพ่อปาน 6 พิมพ์ หากนึกถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หนึ่งในชื่อที่ใครหลายคนคงไม่พลาดนั่นก็คือ “หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค” อีกหนึ่งสิ่งที่ดังควบคู่มากับท่านก็คือ พระพิมพ์ขี่ 6 สัต - Blockdit, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.blockdit.com/posts/673685baccafe64c26882ed8
  19. "หลวงพ่อปาน" พิมพ์ไก่หางสี่เส้น บัว 2 ชั้น วัดบางนมโค - posttoday, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.posttoday.com/lifestyle/625453
  20. พระเครื่องหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ( 6 พิมพ์ยอดนิยม)กับ พุทธคุณความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=3cwYz-lDrkE
  21. หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค - Centralamulet.com, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://www.centralamulet.com/index.php?lay=show&ac=cat_showcat&l=2&cid=12936
  22. ท่าพระจันทร์ดอทคอม | ThaprachanDotCom : ไก่โบราณ เนื้อผง หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.thaprachan.com/amulet_detail/XK14015980
  23. ชี้ตำหนิเอกลักษณ์แม่พิมพ์ พระหลวงพ่อปาน พิมพ์หนุมาน วัดบางนมโค พระนครศรีอยูธยา - สยามรัฐ, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://siamrath.co.th/regional/beliefs-amulets/136283
  24. ชี้ตำหนิเอกลักษณ์แม่พิมพ์ พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงปลา วัดบางนมโค พระนครศรีอยุธยา - สยามรัฐ, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://siamrath.co.th/regional/beliefs-amulets/140759
  25. ชี้ตำหนิเอกลักษณ์แม่พิมพ์: พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงเม่น วัดบางนมโค พระนครศรีอยุธยา - สยามรัฐ, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://siamrath.co.th/regional/beliefs-amulets/137557
  26. วัดจันทาราม (ท่าซุง) - ประวัติหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค (ฉบับเก่า ภาค 2 ..., เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=2759
  27. เที่ยว 4 วัดศักดิ์สิทธิ์ในอำเภอเสนา อยุธยา ที่ไม่ควรพลาด - Lemon8-app, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.lemon8-app.com/@bowwybow555/7308654497361003009?region=th
  28. ประวัติหลวงพ่อปาน (พระครูวิหารกิจจานุการ) วัดบางนมโค - กรมศิลปากร หอสมุดแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.finearts.go.th/songkhlalibraryhm/view/16189-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%99--%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3--%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84
  29. ประวัติ หลวงพ่อปาน พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่ง พระนครศรีอยุธยา - ธรรมะไทย, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.dhammathai.org/monktalk/dbview.php?No=468
#หลวงพ่อปาน#โสนันโท#วัดบางนมโค#อยุธยา#พระเครื่อง 6 พิมพ์#หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

คำถามที่พบบ่อย

หลวงพ่อปาน โสนันโท เกิดเมื่อไหร่?+
หลวงพ่อปาน โสนันโท นามเดิม "ปาน สุทธาวงษ์" เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2418 ที่บ้านบางนมโค ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของนายอาจและนางอิ่ม สุทธาวงษ์
พระเครื่อง 6 พิมพ์ของหลวงพ่อปานคืออะไร?+
หลวงพ่อปานสร้างพระเครื่องชุด "6 ยุค" หรือ 6 พิมพ์ ได้แก่ พิมพ์ขี่ครุฑ ขี่ปลา ขี่นก ขี่ไก่ ขี่หนุมาน และพิมพ์ขี่เม่น แต่ละพิมพ์มีพุทธคุณเฉพาะตัว เป็นพระเครื่องที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเกจิรูปอื่น
ใครเป็นลูกศิษย์เอกของหลวงพ่อปาน?+
ลูกศิษย์เอกที่โด่งดังที่สุดคือพระราชพรหมยาน (พระมหาวีระ ถาวโร) หรือ "หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ" แห่งวัดท่าซุง อุทัยธานี ผู้สืบทอดวิชาการสร้างพระเครื่อง วิทยาคม และคาถาเงินล้านมาจากหลวงพ่อปาน
พุทธคุณพระหลวงพ่อปานเด่นด้านใด?+
พุทธคุณเด่นเป็นเอกลักษณ์คือคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด เมตตามหานิยม และโชคลาภ แต่ละพิมพ์มีพุทธคุณเฉพาะ เช่น พิมพ์ขี่ครุฑเด่นด้านอำนาจวาสนา พิมพ์ขี่ปลาเด่นด้านโชคลาภ
หลวงพ่อปานมรณภาพเมื่อไหร่?+
หลวงพ่อปาน โสนันโท มรณภาพเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 (ตรงกับแรม 14 ค่ำ เดือน 8) ที่วัดบางนมโค สิริอายุ 63 ปี พรรษา 42 ปี ปัจจุบันยังมีรูปหล่อและสรีระสังขารประดิษฐานอยู่ที่วัดให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้

มีคำถามเรื่องพระเครื่อง?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรงผ่าน LINE

LINEสอบถามผ่าน LINE