รวมคาถาบูชาพระสมเด็จและสมเด็จโต บทสวดชินบัญชรฉบับสมบูรณ์ 15 บท พร้อมคำแปล ลำดับการสวด และข้อห้ามที่ต้องรู้
ทีมงาน ตำนานสยามพระเครื่อง
พระสมเด็จเป็นจักรพรรดิแห่งพระเครื่องไทย และเป็นองค์ประธานแห่งพระเบญจภาคีของประเทศ สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระมหาเถระผู้ทรงคุณวิเศษแห่งยุครัตนโกสินทร์ การสวดคาถาบูชาพระสมเด็จอย่างถูกต้องตามมาตรฐานไม่ใช่เพียงการท่องจำอักขระ แต่คือการน้อมจิตให้ประสานกับพุทธานุภาพที่บรรจุอยู่ในองค์พระ
การบูชาพระสมเด็จมีบทสวดที่เป็นลำดับขั้นที่ชัดเจน เริ่มจากการเตรียมจิต ผ่านการอาราธนาสมเด็จโต ไปจนถึงชินบัญชรซึ่งเป็นบทสวดหลักที่ท่านประพันธ์ไว้
ก่อนการสวดคาถาใดๆ ต้องตั้งนะโมก่อนเสมอ เพื่อน้อมจิตสู่พระรัตนตรัยและขจัดความขุ่นมัว
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
การกล่าวซ้ำ 3 ครั้งเป็นการย้ำเตือนสติและรวมศูนย์พลังจิตให้พร้อมรับการสวดในลำดับต่อไป
บทนี้เป็นการระลึกถึงและอาราธนาบารมีของท่านสมเด็จโตโดยตรง
ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง
อัตถิ กาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตะวา
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มะระณัง สุขัง อะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ
คำแปล: บทสวดนี้มีความหมายถึงการขอพรผ่านพุทธคุณ ผู้ปรารถนาบุตรย่อมได้บุตร ผู้ปรารถนาทรัพย์ย่อมได้ทรัพย์ พร้อมน้อมรับความเมตตาของเหล่าเทวดาและท้าวเวสสุวรรณ และระลึกถึงสัจธรรมแห่งชีวิต
บทนี้เป็นการเล่นอักขระคำว่า "โต" สรรเสริญสมเด็จโตผู้ยินดีในธรรมอันประเสริฐ
โตเสนโต วะระธัมเมนะ โตสัฏฐาเน สิเว วะเร
โตสัง อะกาสิ ชันตูนัง โตสะจิตตัง นะมามิหัง
คำแปล: ขอนอบน้อมต่อท่านผู้ยินดีในธรรมอันประเสริฐ ผู้ให้ความร่าเริงแก่หมู่สัตว์ ด้วยจิตอันเบิกบาน บทนี้ควรสวดก่อนนำพระสมเด็จขึ้นคล้องคอ
บทนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "คาถามงกุฎพระพุทธเจ้า" ปรากฏหลักฐานการใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2440 เป็นการดึงพุทธานุภาพมาเป็นเกราะป้องกันตัว แนะนำให้สวด 9 จบ
อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ
อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ
ชินบัญชรเป็นเพชรน้ำเอกแห่งวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย คำว่า "ชิน" แปลว่าพระพุทธเจ้าผู้ทรงชนะมาร ส่วน "บัญชร" แปลว่าเกราะป้องกัน รวมความแล้วหมายถึง เกราะกำบังแห่งพระชินเจ้า บทนี้ไม่ได้ถูกประพันธ์ขึ้นใหม่ทั้งหมดโดยสมเด็จโต แต่ท่านค้นพบในคัมภีร์โบราณจากลังกาแล้วนำมาชำระและดัดแปลงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
หมวดที่ 1: อัญเชิญพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ (บทที่ 1-2)
ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภาตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา
สองบทแรกคืออัญเชิญอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง 28 พระองค์นำโดยพระตัณหังกร ให้มาสถิตเหนือกระหม่อมของผู้สวด
หมวดที่ 2: การประทับของพระรัตนตรัย (บทที่ 3)
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร
พระพุทธเจ้าประดิษฐานที่ศีรษะ พระธรรมที่ดวงตาทั้งสอง และพระสงฆ์ผู้เป็นบ่อเกิดแห่งสรรพคุณที่อุระ
หมวดที่ 3: ทักษิณาวัตรแห่งพระอสีติมหาเถระ (บทที่ 4-9)
หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเกทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเกเกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโยวะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโวกุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโรปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลีนันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะเสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
หัวใจของการสร้างเกราะ โดยระบุตำแหน่งของพระอรหันต์ ตั้งแต่พระอนุรุทธะที่หัวใจ พระสารีบุตรเบื้องขวา ไปจนถึงพระสีวะลีที่หน้าผาก
หมวดที่ 4: กำแพงแก้วเจ็ดประการ (บทที่ 10-12)
ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกังขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตาชินานา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา
อัญเชิญพระสูตรสำคัญมาเป็นกำแพงทั้งสี่ทิศ สร้างเป็นกำแพงแก้ว 7 ชั้นครอบคลุมทุกทิศ
หมวดที่ 5: ปัจฉิมบทแห่งความสวัสดี (บทที่ 13-15)
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเรชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภาอิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ
บทสรุปอธิษฐานจิต ขอให้ดำเนินชีวิตในกรงขังแห่งพระชินเจ้าตลอดไป
สวดภาวนา 10 จบ
ชิ นะ ปัญ ชะ ระ ปะ ริ ตัง มัง รัก ขะ ตุ สัพ พะ ทา
คำแปล: ขอพระชินบัญชรปริตต์จงคุ้มครองรักษาข้าพเจ้าทุกเมื่อเทอญ
ข้อสำคัญ: ห้ามนำอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์หรือไข่มาถวายโดยเด็ดขาด
เครื่องสังเวยที่เหมาะสมประกอบด้วยดอกไม้ขาว เช่น ดอกมะลิหรือดอกบัว 9 ดอก ธูป 3-5 ดอก เทียน 2 เล่ม น้ำเปล่าสะอาด 1 แก้ว และผลไม้มงคล
หมายเหตุ: ตามธรรมเนียมโบราณ การเริ่มสวดชินบัญชรครั้งแรกนิยมเริ่มในวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นวันครู
ห้ามนำพระสมเด็จเข้าสถานที่ที่ไม่เหมาะสม ควรปลดสร้อยออกและเก็บรักษาไว้ในที่มิดชิดก่อนเข้าพื้นที่เหล่านั้น
ครูบาอาจารย์โบราณสอนไว้ว่า "ของดีไม่ต้องลอง" การนำพระสมเด็จไปทดสอบพุทธคุณด้วยวิธีรุนแรงเป็นสิ่งต้องห้ามโดยสิ้นเชิง
ไม่ควรวางพระบนพื้น ใต้บันได หรือในห้องน้ำ ควรมีหิ้งพระที่จัดไว้เป็นสัดส่วน
ในเชิงพุทธาคมนั้น ใช้คาถาบทเดียวกันได้ทั้งหมด เพราะทั้งสองต่างถือกำเนิดจากสมเด็จโตองค์เดียวกัน ความแตกต่างอยู่ที่วัสดุแม่พิมพ์และสภาพการเก็บรักษา ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าตลาดแต่ไม่ส่งผลต่อวิธีการสวดบูชาแต่อย่างใด