พระสมเด็จวัดระฆังตำนานหลวงปู่ทวดวัดพระแก้วพระกริ่งปวเรศประวัติสมเด็จโตวัดโสธรวรารามพระขุนแผน กำแพงเพชรคาถาชินบัญชรพระนางพญาเบญจภาคี ๕ พระยอดขุนพลตำนานวัดช้างให้หลวงพ่อโสธรพระสมเด็จวัดระฆังตำนานหลวงปู่ทวดวัดพระแก้วพระกริ่งปวเรศประวัติสมเด็จโตวัดโสธรวรารามพระขุนแผน กำแพงเพชรคาถาชินบัญชรพระนางพญาเบญจภาคี ๕ พระยอดขุนพลตำนานวัดช้างให้หลวงพ่อโสธร

หลวงปู่ศุข เกสโร — เกจิอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

หลวงปู่ศุข เกสโร — พระเกจิวิทยาคมขั้นสูง ผู้เป็นพระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรฯ

🙏เกจิอาจารย์อ่าน 9 นาที26 เมษายน 2569

ตำนานสยามพระเครื่อง

บทนำ

ในบรรดาพระเถราจารย์ผู้ทรงวิทยาคมและมีบทบาทสำคัญยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาของประเทศไทย นามของ "พระครูวิมลคุณากร" หรือที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยและนักสะสมวัตถุมงคลรู้จักกันในนาม "หลวงปู่ศุข เกสโร" อดีตเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท นับเป็นหนึ่งในปูชนียบุคคลที่ได้รับการยกย่องสูงสุดในระดับประเทศ ทั้งในด้านการเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ การพัฒนาชุมชน และความเป็นเลิศด้านพุทธาคมและไสยเวท การศึกษาประวัติและปฏิปทาของหลวงปู่ศุขไม่ได้เป็นเพียงการทำความเข้าใจชีวิตของพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดหน้าต่างสู่บริบททางสังคม วัฒนธรรม และระบบความเชื่อของสังคมไทยในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) จนถึงพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์เชิงประวัติศาสตร์ระหว่างท่านกับ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์) ผู้ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ซึ่งทรงฝากตัวเป็นศิษย์เอกและได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาไปอย่างครบถ้วน ถือเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญที่ผสานกระบวนการทัพและวิทยาการทหารสมัยใหม่เข้ากับคติความเชื่อทางไสยศาสตร์และพุทธาคมโบราณได้อย่างลึกซึ้ง

รายงานการศึกษาเชิงลึกฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์มิติทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยครอบคลุมตั้งแต่ประวัติชาติภูมิ เส้นทางสมณธรรม การศึกษาวิทยาคม การรังสรรค์วัตถุมงคลอันล้ำค่าที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสุดยอดพระเครื่องระดับตำนานของประเทศ ตลอดจนการถอดรหัสพระคาถาและปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ เป็นระบบ และมีความน่าเชื่อถือทางวิชาการสูงสุด

1. ประวัติชาติภูมิและปฐมวัย: จากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาสู่พระนคร

1.1 ชาติกำเนิด สถานที่เกิด และภูมิลำเนา

พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข ถือกำเนิดในครอบครัวชาวนาและพ่อค้าตามวิถีชนบทของสยามในอดีต ณ บ้านมะขามเฒ่า (ซึ่งชาวบ้านในยุคต่อมานิยมเรียกว่า บ้านปากคลอง) ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท พื้นที่ดังกล่าวในอดีตถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการคมนาคมทางน้ำที่สำคัญของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน ทำให้ชุมชนมีความเจริญและมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม

สำหรับการระบุวันเดือนปีเกิดนั้น จากการศึกษาเอกสารอ้างอิงและบันทึกทางประวัติศาสตร์ พบว่ามีความคลาดเคลื่อนบางประการเกี่ยวกับการระบุปีนักษัตร แหล่งข้อมูลทางราชการและประวัติศาสตร์บางแหล่งระบุว่าท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ขึ้น ค่ำ ปีวอก พ.ศ. 2390 ในขณะที่ฐานข้อมูลประวัติพระเกจิและบันทึกบางแห่งระบุว่าเป็น ปีฉลู พ.ศ. 2390 1 (ทั้งนี้ ในทางปฏิทินประวัติศาสตร์สากล ปี พ.ศ. 2390 ตรงกับคริสต์ศักราช 1847 ซึ่งหากคำนวณตามปฏิทินไทยจะตรงกับปีมะแม) อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยุติในวงวิชาการประวัติศาสตร์พุทธศาสนาคือ ท่านถือกำเนิดในช่วงปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) และเติบโตในช่วงต้นรัชกาลที่

บิดาของท่านนามว่า นายน่วม และมารดานามว่า นางทองดี โดยในเวลาต่อมา เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัตินามสกุล ร.ศ. 131 (พ.ศ. 2456) ลูกหลานและทายาทของท่านได้จดทะเบียนใช้นามสกุลว่า "เกศเวชสุริยา" (บางบันทึกสะกดว่า เกศเวสสุริยา หรือ เกษเวช)

1.2 ฐานะครอบครัวและพี่น้องร่วมอุทร

ฐานะทางครอบครัวของหลวงปู่ศุขจัดอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างไปทางผู้มีอันจะกินในระดับท้องถิ่น ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขายและทำสวนเกษตรกรรมตามสภาพภูมิประเทศที่เอื้ออำนวย ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดารวมทั้งสิ้น คน โดยหลวงปู่ศุขเป็นบุตรชายคนโต พี่น้องท่านอื่นประกอบด้วย นางอ่า, นายลุง, นายไข, นายสิน, นายมี, นายขา, นายพลอย และ หลวงพ่อปลื้ม ซึ่งหลวงพ่อปลื้มองค์นี้ ในเวลาต่อมาได้เจริญรอยตามหลวงปู่ศุขในการเข้าสู่วิถีสมณเพศ และเมื่อหลวงปู่ศุขมรณภาพ หลวงพ่อปลื้มก็ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่าสืบต่อมา

1.3 ชีวิตวัยเด็กและการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองหลวง

ในวัยเยาว์ บันทึกระบุว่าเด็กชายศุขมีอุปนิสัยซุกซน คึกคะนองตามประสาเด็กชายในยุคนั้น มีความเป็นผู้นำในหมู่เด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน มักชักชวนเพื่อนฝูงไปเล่นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา และมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ซึ่งบุคลิกภาพที่เด็ดเดี่ยวและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ นี้ ถือเป็นพื้นฐานนิสัยที่สำคัญที่ส่งผลต่อความมุ่งมั่นในการบำเพ็ญเพียรทางจิตในเวลาต่อมา

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตวัยปฐมวัยเกิดขึ้นเมื่อท่านอายุได้ประมาณ ขวบ นายแฟง ซึ่งเป็นลุง (มีศักดิ์เป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายมารดา) มีอาชีพทำสวนผลไม้และตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ย่านบางเขน กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางล่องเรือขึ้นมาเยี่ยมเยียนครอบครัวที่ชัยนาท ด้วยความเอ็นดูและต้องการแบ่งเบาภาระของนางทองดีที่มีบุตรถึง คน นายแฟงจึงเอ่ยปากขอรับเด็กชายศุขบุตรคนโตไปอุปการะเลี้ยงดูที่พระนคร แหล่งข้อมูลบางแห่งบันทึกเรื่องราวในเชิงวีรกรรมว่า เด็กชายศุขมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะผจญภัย จึงได้แอบหนีมารดาโดยเกาะเรือโยงล่องตามแม่น้ำเจ้าพระยามาจนถึงจังหวัดนนทบุรี และขึ้นฝั่งที่ย่านวัดโพธิ์ทองล่าง (ปัจจุบันคือวัดโพธิ์บางเขน)

เมื่อย้ายมาพำนักอยู่กับลุงแฟงที่บางเขน เด็กชายศุขได้แสดงให้เห็นถึงความกตัญญูและอุปนิสัยที่เปลี่ยนไป กลายเป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย ขยันขันแข็งในการช่วยทำสวนผลไม้จนเป็นที่รักใคร่ของลุง นายแฟงจึงได้ส่งเสริมให้นำไปฝากตัวเป็นศิษย์วัดและเล่าเรียนหนังสือกับพระภิกษุที่วัดใกล้บ้านตามธรรมเนียมการศึกษาของชายไทยในสมัยโบราณ ซึ่งการได้คลุกคลีกับวัดตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นนี้เอง ทำให้นอกจากจะได้เรียนอักขระวิธีแล้ว ท่านยังเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้สัมผัสและซึมซับการสวดมนต์ และเริ่มศึกษาวิชาอาคม คงกระพันชาตรีขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้ป้องกันตัวตามวิถีของนักเลงลูกผู้ชายในยุคนั้น

1.4 การสมรสและชีวิตฆราวาสก่อนอุปสมบท

เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนที่หลวงปู่ศุขจะเข้าสู่ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาอย่างเต็มตัว ท่านได้ใช้ชีวิตฆราวาสอย่างสมบูรณ์แบบมาก่อน เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่ม นายแฟงผู้เป็นลุงได้เป็นธุระจัดการให้ท่านได้สมรสกับหญิงสาวชื่อ "นางสมบุญ" ซึ่งตามบันทึกระบุว่าเป็นหลานสาวของภรรยานายแฟงนั่นเอง ทั้งสองได้ร่วมกันประกอบอาชีพทำสวนและค้าขายจนมีฐานะที่มั่นคงระดับหนึ่ง และให้กำเนิดบุตรชายด้วยกัน คน นามว่า "สอน เกศเวชสุริยา"

การที่ท่านได้ผ่านประสบการณ์ชีวิตฆราวาส การมีครอบครัว และการทำมาหากิน ถือเป็นบริบทสำคัญที่ทำให้ท่านมีความเข้าใจในโลกียวิสัย เข้าใจความทุกข์ยากของชาวบ้าน และตระหนักถึงกฎแห่งอนิจจังอย่างถ่องแท้ ประสบการณ์เหล่านี้เป็นฐานอันมั่นคงก่อนที่ท่านจะตัดสินใจละทิ้งความสุขทางโลก เพื่อแสวงหาความหลุดพ้นทางธรรมในเวลาต่อมา

2. การอุปสมบทและการศึกษาพระธรรม: สู่เส้นทางแห่งสมณเพศและตักศิลาวิทยาคม

2.1 พิธีอุปสมบทและพระอุปัชฌาย์

เมื่ออายุย่างเข้า ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นวัยที่ชายไทยถือเกณฑ์ "ครบบวช" ประกอบกับความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทดแทนพระคุณของบิดามารดาผู้ให้กำเนิดตามค่านิยมของสังคมสยาม นายศุขจึงได้ตัดสินใจสละเพศฆราวาสและเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมา วัดโพธิ์ทองล่าง (ปัจจุบันคือวัดโพธิ์บางเขน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี รอยต่อกรุงเทพมหานคร)

ในการอุปสมบทครั้งนี้ ท่านได้รับความเมตตาจาก พระครูเชย จันทสิริ (พระอาจารย์เชย) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองล่างในขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์ 1 (ในส่วนของพระกรรมวาจาจารย์และพระอนุสาวนาจารย์นั้น แม้จากการสืบค้นเอกสารประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาจะไม่ปรากฏหลักฐานระบุนามที่แน่ชัดอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นลักษณะปกติของการจดบันทึกในยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่มักให้ความสำคัญสูงสุดกับพระอุปัชฌาย์ ทว่าการได้รับบรรพชาจากพระอุปัชฌาย์ที่ทรงคุณวุฒิก็เพียงพอที่จะสะท้อนถึงการเริ่มต้นที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย)

เมื่อเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า "เกสโร" การวิเคราะห์ความหมายของฉายา "เกสโร" ในทางนิรุกติศาสตร์ภาษาบาลี แปลว่า "ผู้มีเกสร" หรือเป็นการเปรียบเปรยถึง "ดอกบัว" ซึ่งในเชิงปรัชญาพุทธศาสนา ดอกบัวเป็นสัญลักษณ์สากลแห่งความบริสุทธิ์ การตื่นรู้ ปัญญา และความเบิกบานในธรรม การได้รับฉายานี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของท่านที่จะชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ และบำเพ็ญเพียรเพื่อหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะทั้งปวงดั่งดอกบัวที่โผล่พ้นโคลนตม

2.2 การศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน ณ สำนักวัดโพธิ์ทองล่าง

ภายหลังการอุปสมบท หลวงปู่ศุขได้อยู่จำพรรษาที่วัดโพธิ์ทองล่างและคอยปรนนิบัติรับใช้พระอาจารย์เชย ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์อย่างใกล้ชิด พระอาจารย์เชยรูปนี้ ถือเป็นพระมหาเถระสายรามัญ (มอญ) ที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยิ่งยวด และเป็นที่เลื่องลือในฐานะพระอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิปัสสนากรรมฐานและการเพ่ง "กสิณ" อันเป็นบาทฐานสำคัญของการเกิดอภิญญา

หลวงปู่ศุขได้รับการถ่ายทอดวิทยาการพื้นฐานทั้งหมดจากพระอาจารย์เชย เริ่มตั้งแต่การกำหนดจิต การเจริญอานาปานสติ สมาธิภาวนา ตลอดจนได้รับการถ่ายทอดวิชาอาคมและพุทธาคมชั้นสูงจากตำรามอญโบราณ ความอุตสาหะและการอุทิศตนของท่านทำให้ท่านก้าวหน้าในระดับญาณสมาธิอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่ไว้วางใจของพระอาจารย์

2.3 การขยายฐานความรู้: สำนักตักศิลาวัดสามง่ามและวัดชนะสงคราม

เมื่อพื้นฐานทางสมาธิจิตกล้าแข็งและแตกฉานในวิชาจากสำนักวัดโพธิ์ทองล่างแล้ว หลวงปู่ศุขมีความมุ่งมั่นที่จะศึกษาพระปริยัติธรรมและอักขระขอมโบราณให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ท่านจึงได้กราบลาพระอาจารย์เชยเพื่อออกเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สำนักเรียนชั้นนำในพระนคร โดยท่านได้ไปพำนักและศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมที่ วัดสามง่าม ปทุมวัน และจากนั้นได้ย้ายไปจำพรรษาที่ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร บริเวณย่านบางลำพู

ที่วัดชนะสงครามแห่งนี้ ถือเป็นจุดศูนย์กลางและตักศิลาทางพุทธศาสนาและวิชาอาคมในยุคนั้น การมาจำพรรษาที่นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนและจุดกำเนิดเครือข่ายทางธรรมที่สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ หลวงปู่ศุขได้มีโอกาสพบและสนทนาธรรมกับ หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ แห่งวัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร พระมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนภาคเหนือตอนล่าง พระเกจิอาจารย์ทั้งสองรูปได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนสรรพวิชา ศึกษาวิปัสสนา และวิชาเล่นแร่แปรธาตุร่วมกันจนมีความสนิทสนมและเคารพยกย่องซึ่งกันและกันอย่างสูงสุด

การแลกเปลี่ยนสุดยอดวิชาระหว่างพระมหาเถระระดับตำนานทั้งสองรูปนี้ ถือเป็นการประสานสายวิชาทางภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ฐานความรู้ด้านพุทธาคมของหลวงปู่ศุขมีความลึกซึ้ง กว้างขวาง และรวบรวมเคล็ดวิชาที่หลากหลายเกินกว่าพระเถระทั่วไปในยุคเดียวกัน อันเป็นต้นทุนมหาศาลในการนำไปช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้คนในเวลาต่อมา

3. เส้นทางธรรมและผลงานสำคัญ: การบูรณะวัดและการเผยแผ่ศาสนา

3.1 การธุดงค์กลับสู่มาตุภูมิและการจำพรรษา ณ วัดปากคลองมะขามเฒ่า

หลังจากที่ได้เพียรศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม วิปัสสนากรรมฐาน และวิทยาคมจนแตกฉานทรงภูมิรู้ ในปี พ.ศ. 2435 หลวงปู่ศุขได้ตัดสินใจออกเดินธุดงค์วัตรออกจากพระนคร เพื่อกลับคืนสู่มาตุภูมิที่จังหวัดชัยนาท เมื่อเดินทางมาถึงบ้านเกิด ท่านได้พิจารณาเห็นว่า วัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ในชุมชน มีสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก ขาดการดูแลเอาใจใส่ และเสนาสนะต่างๆ อยู่ในสภาพที่เสื่อมโทรม ท่านจึงตัดสินใจปักกลดและจำพรรษาอยู่ ณ วัดแห่งนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่พระธรรม

ด้วยบารมี ปฏิปทาอันงดงาม และความเป็นผู้มีเมตตาธรรมสูง หลวงปู่ศุขได้ริเริ่มโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดปากคลองมะขามเฒ่าครั้งประวัติศาสตร์ ท่านได้ระดมสรรพกำลังจากชาวบ้านและศิษยานุศิษย์ เป็นผู้นำในการสร้างเสนาสนะ พระอุโบสถ และพัฒนาพื้นที่โดยรอบ สิ่งก่อสร้างสำคัญที่สะท้อนถึงบารมีของท่านคือ มณฑป ซึ่งท่านได้เป็นประธานดำเนินการสร้างจนแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2456 รวมถึงพระอุโบสถที่ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันทรงคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะภาพเขียนฝีพระหัตถ์ของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ที่ร่วมกับข้าราชบริพารวาดถวาย (ลงบันทึกปี พ.ศ. 2433) การเป็นพระนักพัฒนาของท่านทำให้ชาวบ้านมะขามเฒ่าเกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงสุด หลั่งไหลกันมาช่วยงานบูรณะจนสำเร็จลุล่วง วัดปากคลองมะขามเฒ่าจึงฟื้นคืนชีพกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอวัดสิงห์นับแต่นั้นเป็นต้นมา

3.2 สมณศักดิ์และตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์

แม้ว่าหลวงปู่ศุขจะมีความโดดเด่นในด้านวิปัสสนาธุระและวิทยาคม ซึ่งมักเป็นภาพลักษณ์ของพระอรัญวาสี (พระป่า) แต่ด้วยวัตรปฏิบัติที่เพียบพร้อม มีระเบียบวินัย และความสามารถในการปกครองชุมชนสงฆ์ คณะสงฆ์ส่วนกลางและทางราชการจึงได้เล็งเห็นถึงคุณูปการของท่าน หลวงปู่ศุขได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตรในราชทินนาม "พระครูวิมลคุณากร" และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็น เจ้าคณะอำเภอคนแรกของอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปกครองสูงสุดระดับอำเภอสะท้อนให้เห็นว่า นอกเหนือจากความเป็นพระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทแล้ว ท่านยังเป็นนักปกครองที่ได้รับการยอมรับจากมหาเถรสมาคม มีความสามารถในการบริหารจัดการวัด และเป็นศูนย์กลางแห่งความยุติธรรมในชุมชน

3.3 เครือข่ายศิษยานุศิษย์และการสืบทอดสายธรรม

ความเข้มขลังทางพุทธาคม บารมีธรรม และความเป็นครูผู้ให้ของหลวงปู่ศุข ได้แผ่ขยายกว้างไกลไปทั่วประเทศ มีพระภิกษุสามเณร ตลอดจนฆราวาสจากทุกสารทิศเดินทางมาฝากตัวเป็นศิษย์เพื่อศึกษาพระกรรมฐานและวิทยาคม ลูกศิษย์สายธรรมที่มีบทบาทสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้แก่:

  1. พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย): ศิษย์ฆราวาสอันดับหนึ่งผู้เป็นบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ทรงมีความเลื่อมใสศรัทธาและให้ความเคารพหลวงปู่ศุขดั่งพระบิดา ทรงได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาทุกแขนงอย่างหมดจด ความสัมพันธ์นี้แน่นแฟ้นถึงขั้นที่เมื่อหลวงปู่ศุขเดินทางลงมากรุงเทพฯ จะเสด็จไปพำนักและจำวัดที่วังนางเลิ้งของกรมหลวงชุมพรฯ เป็นประจำ
  2. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) วัดอนงคาราม: พระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นทั้งสหายธรรมและศิษย์ผู้ใกล้ชิด ผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคลสำคัญๆ ของหลวงปู่ศุข เช่น พิธีสร้างพระปรกใบมะขาม รุ่นปี พ.ศ. 2465
  3. หลวงพ่อปลื้ม (พระน้องชาย): ผู้ได้รับการบวชเรียนและเจริญรอยตามท่าน เป็นผู้รับการถ่ายทอดวิชาและสืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่าเพื่อรักษาสายธรรมมิให้สูญหาย
  4. นายยัง หาญทะเล: ฆราวาสขมังเวทผู้เป็นทหารคนสนิทของกรมหลวงชุมพรฯ และเป็นนักมวยไทยชื่อดัง เป็นตัวแทนของผู้รับอาสาทดลองพุทธคุณของหลวงปู่ศุขอยู่เสมอ

4. วิทยาคมและพระเวทย์มนต์: เจ้าสำนักพุทธาคมแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

ชื่อเสียงของหลวงปู่ศุขที่โดดเด่นที่สุดจนได้รับสมญานามอันยิ่งใหญ่ว่า “เจ้าสำนักทางพุทธาคมอันยิ่งใหญ่แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญหรือคำเล่าลือที่ปราศจากมูลความจริง แต่เกิดจากความสำเร็จในการฝึกปฏิบัติจิตจนถึงขั้นวิปัสสนาญาณและ "อภิญญา" ขั้นสูง โดยเฉพาะความแตกฉานในศาสตร์แห่ง "รสายนเวท" (การเล่นแร่แปรธาตุทางโลหะวิทยาและไสยศาสตร์) และความเชี่ยวชาญในการเจริญ กสิณ 10 จนบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม

พุทธาคมของหลวงปู่ศุขมีรากฐานมาจากการเจริญสมาธิภาวนาอย่างอุกฤษฏ์ ไม่ใช่เพียงการท่องจำมนต์คาถาตามคัมภีร์ อำนาจจิตที่กล้าแข็งทำให้ท่านสามารถดัดแปลงหรือควบคุมธาตุทั้ง 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ได้ตามปรารถนา ซึ่งเป็นภาวะ "ปัจจัตตัง" (รู้ได้เฉพาะตน) อันสอดคล้องกับหลักอภิญญา ในทางพุทธศาสนา ในด้านวิชาการบันทึก ท่านได้มีการจัดทำคัมภีร์และ ตำราพระเวทย์ หลวงปู่ศุข ซึ่งรวบรวมคาถาอาคม พระยันต์ และอักขระขอมต่างๆ ไว้เป็นมรดกตกทอด ซึ่งปัจจุบันบางส่วนยังคงถูกเก็บรักษาและพิมพ์เผยแพร่เป็นวิทยาทานให้แก่ชนรุ่นหลัง

4.1 พระคาถาและมนตราสำคัญ บท

แม้วิชาหลายแขนงของท่านจะถูกถ่ายทอดแบบปากเปล่า (มุขปาฐะ) สู่ศิษย์ใกล้ชิด แต่มีพระคาถาสำคัญที่มีการบันทึกไว้ในตำรา และยังคงได้รับความนิยมนำมาสวดภาวนาเพื่อความเป็นสิริมงคล เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดปลอดภัยจนถึงปัจจุบัน โดยมีรายละเอียดดังนี้:

1. คาถาเมตตามหาเสน่ห์และโชคลาภ (มนต์มหาลาภ) ถือเป็นสุดยอดพระคาถาที่พุทธศาสนิกชนและพ่อค้าแม่ค้านิยมใช้สวดเพื่อการทำมาค้าขาย ติดต่อเจรจาธุรกิจ เพื่อให้เกิดความเมตตามหานิยมและดึงดูดทรัพย์

  • วิธีสวด: ให้ผู้สวดชำระกายใจให้สะอาด ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ นมัสการพระรัตนตรัยด้วยการตั้งนะโม จบ แล้วสวดภาวนา จบ
  • บทสวดฉบับเต็ม:
    "อักโขหะมัสสะมิ โลกัสสะ อิติปาระมิตาติงสา อิติสัพพัญญูมาคะตา อิติ โพธิมะนุปัตโต อิติปิโส จะ เต นะโม อะระหัง ลาโภ พุทโธ ลาภัง นะชาลีติ นะมะพะทะ สัพเพ ชะนา พหู ชะนา ราชาปุริโส อิตถิโยมาพัง เอหิ จิตตัง ปิยัง มะมะ เอหิ มาเร โส มามา อาคัจเฉยยะ อาคัจฉาหิ"
  • ความหมายและหลักอรรถาธิบาย: คาถาบทนี้เป็นการผสมผสานพุทธานุภาพขั้นสูงสุดเข้ากับวิชาไสยเวท เริ่มต้นด้วยการอัญเชิญบารมี ทัศของพระพุทธเจ้า (อิติปาระมิตาติงสา) ตามด้วยคาถาหัวใจพระสีวลีอรหันต์ผู้เลิศด้านลาภยศ (นะชาลีติ) และคาถาหัวใจธาตุ 4 (นะมะพะทะ) เพื่อหนุนพลังให้บังเกิดผล ปิดท้ายด้วยคาถาเรียกจิต (เอหิ จิตตัง) เพื่อผูกใจคนให้เกิดความเมตตารักใคร่

2. คาถาเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย เป็นบทสวดสั้นๆ แต่อานุภาพรุนแรง ใช้สำหรับการเดินทางไกล ป้องกันอุบัติเหตุและภัยอันตรายจากทั้งมนุษย์และภูตผี

  • วิธีสวด: ตั้งจิตภาวนาให้มั่นคง ตั้งนะโม จบ
  • บทสวด:
    "สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ มะอะอุ"
  • คำแปลและความหมาย: แปลความได้ว่า "พระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้ตื่นและเบิกบาน ทรงเป็นผู้จำแนกธรรม" ปิดท้ายด้วยอักขระศักดิ์สิทธิ์ (มะ อะ อุ) ซึ่งเป็นหัวใจพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) คาถานี้เป็นการนำพุทธคุณบทสรรเสริญมาเป็นเกราะกำบังอันตราย

3. คาถาอาราธนาพระเครื่องและวัตถุมงคลหลวงปู่ศุข ใช้สำหรับสวดบริกรรมก่อนนำพระเครื่องหรือตะกรุดของหลวงปู่ศุขขึ้นคล้องคอ เพื่ออาราธนาบารมีของท่านให้คุ้มครอง

  • วิธีสวด: ตั้งนะโม จบ รำลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และหลวงปู่ศุข
  • บทสวด:
    "อิติอะระหังสุคะโต เกสโรนามะเต ประสิทธิเม อิหิอะโห นะโมพุทธายะ"
  • ความหมาย: "ข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระอรหันต์ผู้เสด็จไปดีแล้ว นามว่า 'เกสโร' (ฉายาของหลวงปู่ศุข) ขอจงประสิทธิพรชัย มงคล ปาฏิหาริย์ให้บังเกิดแก่ข้าพเจ้า" ปิดท้ายด้วยคาถาพระพุทธเจ้า พระองค์ (นะโมพุทธายะ) เพื่อประทับรับรองความศักดิ์สิทธิ์

4. คาถาหัวใจธาตุ 4 (หนุนธาตุ) วิชาของหลวงปู่ศุขโดดเด่นเรื่องการเดินกสิณและตั้งธาตุ คาถาบทนี้ใช้สำหรับขับไล่สิ่งอัปมงคล และเสริมพลังธาตุในร่างกายให้สมดุลและแข็งแกร่ง (คงกระพันชาตรี)

  • วิธีสวด: ภาวนาในใจเมื่อต้องการความมั่นคงทางจิตหรือเผชิญหน้ากับศัตรู
  • บทสวด:
    "นะ มะ พะ ทะ - จะ ภะ กะ สะ"
  • ความหมาย: "นะ" คือธาตุน้ำ, "มะ" คือธาตุดิน, "พะ" คือธาตุไฟ, "ทะ" คือธาตุลม ส่วนท่อนหลังเป็นการหนุนธาตุให้เกิดการหมุนเวียน พลิกแพลงสถานการณ์ร้ายให้กลายเป็นดี

5. คาถาจินดามณี (ฉบับหลวงปู่ศุข) คาถาโบราณที่สืบทอดกันมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา หลวงปู่ศุขได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อการสงเคราะห์ผู้คนในยามยากไร้ เป็นคาถาที่โดดเด่นด้านการเรียกโชคลาภ เงินก้อนใหญ่ และโภคทรัพย์

  • วิธีสวด: นิยมสวดภาวนา จบ เพื่อเปิดทางรับโชคลาภ
  • บทสวด: เป็นมนต์คาถายาวที่กล่าวถึงการเรียกเนื้อ เรียกปลา สรรพสัตว์และทรัพย์สินให้ไหลมาเทมา อาศัยพุทธคุณแห่งความกตัญญูและเมตตาเป็นตัวตั้ง

5. พระเครื่องและวัตถุมงคล: มรดกล้ำค่าแห่งวงการเครื่องรางสยาม

ในแวดวงนักสะสมและผู้นิยมพระเครื่อง พระเครื่องและเครื่องรางของขลังที่จัดสร้างและปลุกเสกโดยหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้รับการยกย่องให้เป็น ในสุดยอดพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมตลอดกาลของประเทศไทย วัตถุมงคลของท่านมิได้โดดเด่นเพียงแค่ความสวยงามเชิงพุทธศิลป์โบราณเท่านั้น แต่เป็นที่ประจักษ์ชัดถึงพุทธคุณที่เปี่ยมล้น ครบเครื่องครอบจักรวาล ทั้งด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี และมหาอุด มูลค่าการเช่าหาเปลี่ยนมือในตลาดกลางพระเครื่องปัจจุบัน มีตั้งแต่ระดับหลักหมื่นไปจนถึงราคาสูงระดับหลายสิบล้านบาท

5.1 รายการวัตถุมงคลสำคัญระดับตำนาน พิมพ์ยอดนิยม

จากการศึกษารวบรวมข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์และการประเมินของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย สามารถจัดลำดับ พิมพ์ยอดนิยมที่มีมูลค่าสูงสุดและได้รับการบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ ได้ดังตารางต่อไปนี้:

ลำดับ ชื่อรุ่น / พิมพ์ทรง ปีที่สร้าง และมวลสารหลัก พุทธคุณเด่น และจุดสังเกตสำหรับการแยกแท้-เทียม มูลค่าตลาดปัจจุบัน (โดยประมาณ)
1 พระปรกใบมะขาม ปลุกเสกเมื่อเดือน พ.ย. พ.ศ. 2465 ณ วัดอนงคาราม ทำจากโลหะทองแดง ล้วน 5 จัดเป็น ในเบญจภาคีพระนาคปรกของประเทศ องค์พระมีขนาดเล็กแต่หน้าคมชัด ข้อศอกมีติ่งเล็กคมเหมือนเข็ม รอยแตกในเนื้อโลหะเป็นธรรมชาติ ของปลอมมักจะหดตัวและมีขนาดเล็กกว่า 11 หลักล้านบาท ถึงสิบล้านบาท
2 เหรียญรุ่นแรก ข้างกระบอก พ.ศ. 2466 สร้างหลังจากมรณภาพ หลอมจากเหรียญสตางค์แดงโบราณ 11 เป็นเหรียญรุ่นเดียวที่มีภาพเหมือนเต็มองค์ แยกบล็อกหน้าได้ บล็อก บล็อกหลัง บล็อก จุดสังเกตคือขอบกระบอก ความตึงของผิวเหรียญ และยันต์พระเจ้า พระองค์ 11 หลักแสนปลาย ถึงหลายล้านบาท
3 รูปถ่ายซีเปียอัดกรอบยุคต้น จัดสร้างในยุคต้น ภาพถ่ายหลวงปู่ศุข นั่งเก้าอี้หวาย ด้านหลังมีรอยจารอักขระ 12 โดดเด่นด้านความเป็นสิริมงคล จุดสังเกตคือความเก่าของกระดาษซีเปีย ปรอทบนภาพ และน้ำหนักลายมือจารที่หนักแน่นเป็นเอกลักษณ์ 12 หลักแสน ถึงหลักล้านบาท
4 เหรียญหล่อประภามณฑล ข้างรัศมี สร้างขณะยังมีชีวิต (พระนำฤกษ์) เนื้อโลหะผสมและเนื้อชินตะกั่ว 12 เชื่อว่ามีอานุภาพด้านความเข้มแข็ง คงกระพัน จุดสังเกตคือรอยตัดชิด รอยประกบพิมพ์ และความเป็นธรรมชาติของคราบเบ้าและการยุบตัวของโลหะโบราณ 12 หลักแสน ถึงหลักล้านบาท
5 เหรียญหล่อพระพุทธ พิมพ์ข้างอุใหญ่ สร้างยุคต้น เทหล่อโบราณ เนื้อชินตะกั่ว ปางสมาธิบนฐานบัวข้างอุ 12 เด่นด้านเมตตาและแคล้วคลาด จุดพิจารณาคือคราบไขตะกั่วธรรมชาติ สนิมแดง และรอยจารอักขระด้านหลังด้วยลายมือหลวงปู่ศุข 12 หลักแสน ถึงแสนปลาย
6 เหรียญหล่อประภามณฑล ฐานบัวบาน สร้างยุคต้น เนื้อชินตะกั่ว มีรัศมีข้าง ด้านหลังมีหลายบล็อก (เรียบ, จาร, ยันต์นูน) 11 จุดสังเกตคือ รอยสนิมแดงและไขขาวบนเนื้อชินตะกั่ว ความคมของเส้นรัศมีประภามณฑล 11 หลักแสน ถึงหลักล้านบาท
7 เหรียญหล่อประภามณฑล วัดคลองขอม ร่วมปลุกเสกกับหลวงพ่ออุม วัดคลองขอม จ.สุพรรณบุรี มีบล็อกข้างรัศมีและไม่มีรัศมี 11 มวลสารโลหะผสมเก่า ผิวหิ้ง รอยตัดขอบข้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของการหล่อโบราณ 11 หลักหมื่นปลาย ถึงหลักแสนบาท
8 พระพิมพ์สี่เหลี่ยม ออกวัดส้มเสี้ยว แจกที่วัดส้มเสี้ยว จ.นครสวรรค์ เนื้อชินตะกั่ว ด้านหน้าปางสมาธิฐานบัวฟันปลา 11 พุทธคุณเด่นด้านแคล้วคลาด ลายมือจารอักขระยันต์ของหลวงปู่ศุขด้านหลังเป็นจุดพิจารณาหลักชี้ขาดความแท้ 11 หลักแสนบาท
9 พระปิดตา พิมพ์แขนชิด / ห้าเหลี่ยม มีทั้งเนื้อผงคลุกรัก และ เนื้อชินตะกั่ว พิมพ์ทรงวิจิตรพิสดาร 11 โดดเด่นด้านมหาอุด โชคลาภ จุดสังเกตคือความแห้งของเนื้อผงคลุกรัก และรอยพับหรือรอยจารในเนื้อตะกั่ว 11 หลักหมื่น ถึงหลักแสนบาท
10 เหรียญเสมาหัวเสือ เหรียญย้อนยุค สร้างเนื่องในโอกาส ปีชาติกาล โดยวัดกำแพง จ.นนทบุรี 12 แม้จะเป็นรุ่นหลัง แต่นิยมสูงเนื่องจากเจตนาการสร้างบริสุทธิ์ จุดสังเกตคือรอยตัดขอบเหรียญแบบเครื่องปั๊มสมัยใหม่ รูปหัวเสือด้านล่าง 12 หลักพัน ถึงหลักหมื่นบาท

การพิจารณาพระเครื่องโลหะของหลวงปู่ศุขให้ถ่องแท้นั้น ผู้เชี่ยวชาญชี้แนะว่าต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่อง "ธรรมชาติของโลหะเก่าและการขึ้นรูปโบราณ" การเกิดรอยแตกจากการกระแทกแม่พิมพ์ (ในกรณีเหรียญปั๊ม) รอยตัดด้านข้างกระบอก ตลอดจนคราบเบ้า รอยหดตัว และธรรมชาติของสนิมไขตะกั่ว (ในกรณีเหรียญหล่อโบราณ) เป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการแยกแยะพระแท้และพระเทียมซึ่งระบาดอย่างหนักในปัจจุบัน

6. เรื่องเล่าและบารมีที่มีการบันทึก: ปาฏิหาริย์ที่หล่อหลอมศรัทธามวลชน

ในเชิงสังคมวิทยาและประวัติศาสตร์ศาสนา ปรากฏการณ์อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องปรัมปราหรือนิทานพื้นบ้าน แต่เป็นกุศโลบายและเป็นเครื่องสะท้อนถึงผลแห่งการบำเพ็ญเพียรทางจิตในขั้นสูง (อภิญญา) ที่ทำให้มวลชนและชนชั้นปกครองเกิดความศรัทธายอมรับอย่างสิ้นสงสัย หลวงปู่ศุขมีเรื่องเล่าเชิงปาฏิหาริย์ที่มีหลักฐานการบันทึกจากบุคคลร่วมสมัยมากมาย โดยเฉพาะจากบันทึกจดหมายเหตุของทหารเรือและบทประทานสัมภาษณ์ของพระธิดาในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

6.1 เหตุการณ์เสกหัวปลีเป็นกระต่าย (บทพิสูจน์ศรัทธาแรกพบ)

หลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ระบุว่า กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงพบกับหลวงปู่ศุขครั้งแรกในช่วงเดือน ปี พ.ศ. 2447 ขณะที่เสด็จประพาสตากอากาศทางเหนือโดยทางชลมารค เมื่อกระบวนเรือมาหยุดพักและโปรดให้ข้าราชบริพารหุงหาอาหารที่ศาลาวัดมะขามเฒ่า เสด็จเตี่ยได้ทอดพระเนตรเห็นพระภิกษุชรา (หลวงปู่ศุข) ลงจากกุฏิมานั่งพักใกล้ๆ กับกองหัวปลีกล้วยที่เด็กวัดได้ตัดมากองทิ้งไว้

หลวงปู่ศุขได้หยิบหัวปลีขึ้นมาลูบคลำบริกรรมคาถาสักครู่ แล้ววางลงบนพื้น ทันใดนั้นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติก็บังเกิดขึ้น หัวปลีเหล่านั้นได้กลับกลายเป็นกระต่าย มีชีวิตวิ่งเพ่นพ่านไปทั่วบริเวณศาลาวัด เมื่อกรมหลวงชุมพรฯ เห็นเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ จึงรับสั่งให้คนในเรือช่วยกันล้อมจับกระต่าย เมื่อทรงจับกระต่ายตัวนั้นได้ กระต่ายในพระหัตถ์ก็กลับกลายสภาพเป็นหัวปลีดังเดิมในทันที ปรากฏการณ์นี้แสดงถึงอำนาจแห่งการเล่นแร่แปรธาตุและการบังคับกสิณอย่างเฉียบพลัน ทำให้กรมหลวงชุมพรฯ ผู้ทรงใฝ่พระทัยในเรื่องพุทธาคมอยู่แล้ว เกิดความเลื่อมใสศรัทธาอย่างสุดซึ้ง เสด็จขึ้นกุฏิไปสนทนาธรรมและทรงกราบขอฝากตัวเป็นศิษย์ในคืนนั้นเอง

6.2 การเสกใบมะขามเป็นตัวต่อตัวแตน และมนุษย์เป็นจระเข้

วิชาอาคมที่สร้างชื่อเสียงให้ท่านจนเป็นที่เลื่องลือระดับตำนานอีกวิชาหนึ่งคือ การหยิบรูดใบมะขามจากต้น บริกรรมคาถาแล้วเป่าเสกให้กลายเป็นตัวต่อหรือตัวแตนบินว่อนข่มขวัญศัตรู นอกจากนี้ยังมีบันทึกคำบอกเล่าว่า ท่านสามารถเสกพลทหารให้กลายเป็นจระเข้ลงไปว่ายในแม่น้ำได้อีกด้วย นายพิศิษฐ์ ทวี อดีตลูกศิษย์วัดที่เติบโตมาในวัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้ให้ทัศนะอธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้ในกาลต่อมาว่า เรื่องนี้เกิดจากอำนาจจิตบริสุทธิ์และ "ปัจจัตตัง" ของผู้บำเพ็ญเพียรที่สำเร็จอภิญญา ซึ่งวิชาเหล่านี้ในอดีตท่านใช้เป็นเพียงกุศโลบายเพื่อการเสริมสร้างกำลังใจให้แก่เหล่าทหารหาญ และแสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา

6.3 ตำนานผ้าเจียดและนายยัง หาญทะเล

หลวงปู่ศุขได้เมตตาทำเครื่องรางมงคล โดยลงยันต์บน "ผ้าประเจียด" (ผ้าพันคอหรือผ้าผูกต้นแขน) ถวายให้แก่กรมหลวงชุมพรฯ เพื่อนำไปแจกจ่ายเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารเรือ มีการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ถึงการทดลองอาคม โดยมี นายยัง หาญทะเล นักมวยไทยชื่อดังซึ่งเป็นทหารคนสนิทของเสด็จเตี่ย เป็นผู้อาสาทดสอบพุทธคุณ คงกระพันชาตรี ผลปรากฏว่าอาวุธนานาชนิดทั้งปืนและของมีคมไม่สามารถทำอันตรายนายยังผู้คาดผ้าประเจียดได้เลย เหตุการณ์นี้ยิ่งเป็นการตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์และแสนยานุภาพของพุทธาคมสายวัดปากคลองมะขามเฒ่าในหมู่กองทัพเรือไทยอย่างเป็นทางการ

7. มรณภาพและการจัดการสรีระสังขาร: การจากลาที่ทิ้งไว้ซึ่งมรดกธรรม

7.1 การอาพาธและละสังขาร

สังขารร่างกายของมนุษย์ย่อมเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้ แม้แต่พระอริยสงฆ์ผู้ทรงอภิญญาสูงสุดก็มิอาจหลีกพ้นกฎแห่งไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) นี้ไปได้ หลวงปู่ศุขเริ่มมีอาการอาพาธด้วยโรคชราและร่างกายค่อยๆ อ่อนล้าลงตามกาลเวลามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 คณะศิษยานุศิษย์และแพทย์หลวงจากส่วนกลางได้พยายามถวายการรักษาอย่างสุดความสามารถ

จนกระทั่งเมื่อถึงกาลอันสมควร ในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 (บันทึกทางประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ระบุวันที่ ธันวาคม ขณะที่ฐานข้อมูลบางฉบับระบุ ธันวาคม 5) ซึ่งตรงกับช่วงปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ท่านได้ละสังขารลงอย่างสงบ สิริอายุรวม ปี นับพรรษาแห่งการครองสมณเพศได้ พรรษา การจากไปของท่านนับเป็นการสูญเสียดวงประทีปดวงใหญ่ของวงการพระพุทธศาสนาในแผ่นดินสยาม

7.2 พิธีบำเพ็ญกุศลศพและการปั้นประติมากรรมรูปเหมือน

ความสูญเสียในครั้งนั้นนำมาซึ่งความโศกเศร้าอาลัยอย่างใหญ่หลวงต่อคณะศิษยานุศิษย์ ประชาชนชาวชัยนาท และเหล่าทหารเรือ หลังจากคณะสงฆ์และทางราชการได้ดำเนินการจัดการสรีระสังขารและจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพตามประเพณีและสมณศักดิ์อย่างสมเกียรติแล้ว คณะศิษย์นำโดยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ได้ร่วมกันรำลึกพระคุณ ด้วยการหล่อประติมากรรมรูปเหมือนและปั้นหุ่นขี้ผึ้งจำลองสรีระของหลวงปู่ศุข ประดิษฐานไว้ ณ มณฑปและกุฏิเก่าภายในวัดปากคลองมะขามเฒ่า เพื่อให้เป็นปูชนียสถานสำหรับพุทธศาสนิกชนได้เข้ามากราบสักการบูชา โดยเฉพาะรูปหล่อโบราณหลวงปู่ศุขยืนถือไม้เท้า ถือเป็นประติมากรรมชิ้นเอกที่ได้รับความนิยมนำมาทำเป็นวัตถุมงคลขนาดบูชาที่ทรงคุณค่าสูงสุด

7.3 งานบำเพ็ญกุศลและรำลึกประจำปีระดับชาติ

ความศรัทธาและความกตัญญูที่สังคมไทยมีต่อหลวงปู่ศุขไม่เคยเสื่อมคลายไปตามกาลเวลา จังหวัดชัยนาท ร่วมกับอำเภอวัดสิงห์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และวัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้กำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศลและรำลึกประจำปีอย่างยิ่งใหญ่ ตัวอย่างเช่น การจัดงานมหกรรม "102 ปี แห่งศรัทธาน้อมบูชาหลวงปู่ศุข กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์" ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี

กิจกรรมภายในงานสะท้อนถึงการหลอมรวมทางวัฒนธรรมและความเชื่อ ประกอบด้วยพิธีพราหมณ์บวงสรวงดวงวิญญาณ การถวายทักษิณานุประทานแด่พระสงฆ์กว่า รูป การจัดขบวนแห่ทางวัฒนธรรมจาก ตำบล การแสดงแสงสีเสียงอิงประวัติศาสตร์ และการบรรเลงดุริยางค์ทหารเรือ นอกจากนี้ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ยังคงจัดพิธีพุทธาภิเษกและอัญเชิญรูปเหมือนหลวงปู่ศุขไปประดิษฐาน ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตาและสืบสานตำนานพระเกจิผู้ยิ่งใหญ่ให้เป็นขวัญกำลังใจของกองทัพเรือสืบไป

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัดที่จำพรรษา

ศึกษาประวัติ สถาปัตยกรรม และข้อมูลของ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลประกอบ

ดูแหล่งที่มาของข้อมูล

การจัดทำรายงานการศึกษาเชิงลึกฉบับนี้ ได้รับการค้นคว้า รวบรวม และประเมินความน่าเชื่อถือจากเอกสารจดหมายเหตุ ฐานข้อมูลทางพระพุทธศาสนา วรรณกรรมวิจัย และแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับระดับชาติ โดยมีแหล่งอ้างอิงหลักดังต่อไปนี้:

  1. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท (ONAB). "ประวัติวัดปากคลองมะขามเฒ่า และ ประวัติหลวงปู่ศุข". สืบค้นจาก: https://cnt.onab.go.th/th/content/page/index/id/648 (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  2. ระบบฐานข้อมูลพระสงฆ์ไทย (Dhammathai.org). "พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท (2390 - 2466)". สืบค้นจาก: http://www.dhammathai.org/monk/dbview.php?No=6 และ http://www.dhammathai.org/monk/sangha06.php (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  3. กรมประชาสัมพันธ์ (PRD). "การจัดงาน 102 ปี แห่งศรัทธาน้อมบูชาหลวงปู่ศุข กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประจำปี พ.ศ. 2569". สืบค้นจาก: https://chainat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1781/iid/440548 (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  4. นิตยสารศิลปวัฒนธรรม (Silpa-mag). "ต้นแบบพระประวัติ กรมหลวงชุมพรฯ ฉบับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ พบหลวงปู่ศุขครั้งแรก". สืบค้นจาก: https://www.silpa-mag.com/history/article\_35092 (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  5. ศูนย์ข้อมูลวัตถุมงคลและพระเครื่องไทยรัฐ (Thairath). "พระเครื่องหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า รุ่นฮิตหลักล้าน พิมพ์ มวลสาร ราคา". สืบค้นจาก: https://www.thairath.co.th/lifestyle/amulet/2606133 (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  6. ฐานข้อมูลและนิตยสารตลาดพระเครื่อง (Ennxo). "10 อันดับ พระเครื่องหลวงปู่ศุขราคาแพงที่สุด". สืบค้นจาก: https://www.ennxo.com/amulet/knowledge/the-most-expensive-luang-pu-suk-amulets (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  7. สารานุกรมเสรีวิกิพีเดีย (Wikipedia). "พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร)". สืบค้นจาก: https://th.wikipedia.org/wiki/พระครูวิมลคุณากร\_(ศุข\_เกสโร) (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  8. สำนักข่าวสนุกออนไลน์ (Sanook). "ประวัติหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อุปสมบท พระเครื่อง และปาฏิหาริย์". สืบค้นจาก: https://www.sanook.com/news/9545854/ (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  9. สำนักข่าวสนุกออนไลน์ (Sanook) สายความเชื่อ. "วิชาเสกใบมะขามเป็นตัวต่อ หลวงปู่ศุข" และ "รวมคาถาหลวงปู่ศุข 5 บท". สืบค้นจาก: https://www.sanook.com/news/8399442/ และ https://www.sanook.com/horoscope/208817/ (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  10. หอสมุดอิเล็กทรอนิกส์ Anyflip (เอกสารตีพิมพ์จำลอง). "หนังสือประวัติ คาถาอาคม พระเครื่อง อภินิหาร พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร)". สืบค้นจาก: https://anyflip.com/lmbpw/jkry/basic (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).
  11. หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ. "ข่าวเด่น: พิธีพุทธาภิเษก หลวงปู่ศุข เกสโร และเปิดศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์". สืบค้นจาก: https://www.marines.navy.mi.th/94w60dfl8zal (เข้าถึงเมื่อ 17 เมษายน 2569).

สรุปทัศนะเชิงวิเคราะห์

พระครูวิมลคุณากร หรือ หลวงปู่ศุข เกสโร แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า นับเป็นบูรพาจารย์ที่ทิ้งมรดกทางสติปัญญา วัฒนธรรม และจิตวิญญาณไว้อย่างประเมินค่ามิได้ให้กับแผ่นดินไทย ในมิติทางโลก ท่านคือผู้นำทางชุมชนและพระนักพัฒนาที่เสียสละพลิกฟื้นอารามร้างให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความศรัทธาและการศึกษา ในมิติทางการปกครอง ท่านคือผู้บริหารและเจ้าคณะอำเภอผู้วางรากฐานความมั่นคงแห่งคณะสงฆ์ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และในมิติแห่งปรมัตถธรรม ท่านคือผู้บรรลุในสรรพวิชาและกสิณภาวนา ที่สามารถนำพุทธาคมมาเป็นเครื่องมืออันชาญฉลาดในการยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คน ผสานความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับพระบวรพุทธศาสนา ตั้งแต่ระดับราษฎรเดินดินไปจนถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงผู้กุมกำลังรบของชาติ

วัตถุมงคลและพระคาถาของท่าน ที่มีมูลค่ามหาศาลในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องรางปกป้องภัยหรือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งทางวัตถุ แต่เป็นเสมือนตัวแทนแห่งความเพียรพยายาม การมีสติสัมปชัญญะ และผลแห่งการบำเพ็ญบารมีที่ชาวพุทธสามารถนำมาเป็นเครื่องรำลึกและเตือนสติในการดำเนินชีวิต แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมากว่าศตวรรษนับแต่ท่านละสังขาร แต่นามของ "หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า" จะยังคงสถิตอยู่ในฐานะพระอริยสงฆ์ระดับตำนานอมตะ คู่หน้าประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาและสังคมไทยตราบนานเท่านาน

ผลงานที่อ้างอิง

  1. เปิดตำนาน "หลวงปู่ศุข" ทำไมพระเครื่องถึงดัง? กรมหลวงชุมพรฯ ยังฝากตัวเป็นศิษย์ - Sanook, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.sanook.com/news/9545854/
  2. ต้นแบบพระประวัติ กรมหลวงชุมพรฯ ฉบับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ พบหลวงปู่ศุข ..., เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.silpa-mag.com/history/article_35092
  3. หลวงปู่ศุข แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท - YouTube Music, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://music.youtube.com/podcast/LStrpxlBphA
  4. วัดปากคลองมะขามเฒ่า - สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาท, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://cnt.onab.go.th/th/content/page/index/id/648
  5. หลวงปู่ศุขRev.0 - ดาวน์โหลดหนังสือ | 1-50 หน้า - AnyFlip, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://anyflip.com/lmbpw/jkry/basic
  6. พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท (2390 ..., เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.dhammathai.org/monk/dbview.php?No=6
  7. พระครูวิมลคุณากร (ศุข เกสโร) - วิกิพีเดีย, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3_(%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%82_%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A3)
  8. พระครูวิมลคุณากร (หลวงปู่ศุข) / ประวัติสมเด็จพระสงฆ์ไทย / พระพุทธศาสนาในประเทศไทย / ธรรมะไทย, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 http://www.dhammathai.org/monk/sangha06.php
  9. รายชื่อ - ฉายา พระอุปัฌชาย์ของพระนวกะ โครงการบรรพชาอุปสมบท พระภิกษุ ๑๐๑ รูป - eng.chula.ac.th - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.eng.chula.ac.th/wp-content/uploads/2017/07/raaychuuephuubwch.pdf
  10. จังหวัดชัยนาท จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ พระครูวิมลคุณากร หรือหลวงปู่ศุข เกสโร อดีตเจ้าคณะอำเภอวัดสิงห์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดปากคลองมะขามเฒ่า, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://chainat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1781/iid/357229
  11. หลวงปู่ศุขราคาแพงที่สุด พระเครื่องหลวงปู่ศุขทุกรุ่น พิมพ์ต่างๆ | ENNXO, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.ennxo.com/amulet/knowledge/the-most-expensive-luang-pu-suk-amulets
  12. พระเครื่องหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า รุ่นฮิตหลักล้าน - ไทยรัฐออนไลน์, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.thairath.co.th/lifestyle/amulet/2606133
  13. คาถาหลวงปู่ศุข เมตตามหาเสน่ห์ เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย - Sanook, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.sanook.com/horoscope/208817/
  14. หนังสือหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า - Shopee Thailand, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://shopee.co.th/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%82-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%92%E0%B9%88%E0%B8%B2-i.476638651.40113139955
  15. พระคาถาเมตตามหาเสน่ห์ ของหลวงปู่ศุข ๓ จบ พุทธคุณมหาเมตตา ทำมาค้าขึ้น การงานธุรกิจ เจริญรุ่งเรือง - YouTube, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=fdEnb2S9uy0
  16. คาถา หลวงปู่ศุข (วัดปากคลองมะขามเฒ่า) - เอื้ออังกูร - YouTube, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=FrE65tQzryw
  17. คาถา พระเวทย์คงทนชาตรี | หลวงปู่ศุข เกสโร วัดปากคลองมะขามเฒ่า 108 จบ - YouTube, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=7ZY1arwsyQE
  18. 3 พระคาถาศักสิทธิ์ หลวงปู่ศุข เดินทางแคล้วคลาดปลอดภัย เมตตามหานิยม มีแต่คนรัก คนเมตตา กันภูติผีปีศาจ - YouTube, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=bBn22lbsFDA
  19. ค้นหาพระเครื่อง: หลวงปู่ศุข (1014) - Thaprachan, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.thaprachan.com/search-amulet/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%82
  20. สุดยอดพระปิดตาหลวงปู่ศุข มูลค่าหลักล้าน...มีกี่พิมพ์กันแน่! ‪@toptenthailand999‬ - YouTube, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.youtube.com/watch?v=eMhATMzu5dA
  21. รูปหล่อหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า รุ่นแรก พร้อมวิธีสังเกตราคาและความหมาย - Lemon8, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.lemon8-app.com/@ball_dn/7547610516055802385?region=th
  22. อ.วัดสิงห์ ประชุมคณะกรรมการจัดงาน "102 ปี แห่งศรัทธาน้อมบูชาหลวงปู่ศุข กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 - สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://chainat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1781/iid/440548
  23. พิธีพุทธาภิเษก หลวงปู่ศุข เกสโร (วัดปากคลองมะขามเฒ่า) เพื่อประดิษฐาน ณ ศาล พลเรือเอก, เข้าถึงเมื่อ เมษายน 17, 2026 https://www.marines.navy.mi.th/94w60dfl8zal
#หลวงปู่ศุข#เกสโร#วัดปากคลองมะขามเฒ่า#ชัยนาท#กรมหลวงชุมพร#พระเสด็จพ่อ

คำถามที่พบบ่อย

หลวงปู่ศุข เกสโร เกิดเมื่อไหร่?+
หลวงปู่ศุข เกสโร นามเดิม "ศุข เกษเวช" เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2390 (ปลายรัชกาลที่ 3) ที่ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เป็นบุตรของนายน่วมและนางทองดี เกษเวช
ทำไมหลวงปู่ศุขเป็นพระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพร?+
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ "พระบิดาแห่งทหารเรือไทย" ทรงเป็นศิษย์ใกล้ชิดของหลวงปู่ศุข ทรงศึกษาวิทยาคมและการปฏิบัติธรรมจากท่าน ทรงเรียกหลวงปู่ศุขด้วยคำว่า "เสด็จพ่อ" จึงเป็นที่มาของฉายา "พระเสด็จพ่อ"
พระเครื่องหลวงปู่ศุขรุ่นไหนนิยมที่สุด?+
พระเครื่องที่นิยมสูงสุดคือพระสี่เหลี่ยม (พิมพ์ปรกโพธิ์) และพระสี่เหลี่ยม (พิมพ์ประภามณฑลข้างเม็ด) เนื้อเมฆพัด พระประจำวันเกิด และเหรียญหล่อรูปเหมือนรุ่นแรก พ.ศ. 2466 ราคาตลาดสภาพดีตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้านบาท
พุทธคุณหลวงปู่ศุขเด่นด้านใด?+
พุทธคุณเด่นที่สุดคือคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด และอยู่ยงคงกระพัน เหมาะกับทหารตำรวจและผู้ที่ทำงานเสี่ยงภัย รวมถึงเมตตามหานิยม สำหรับการเจรจาและค้าขาย
หลวงปู่ศุขมรณภาพเมื่อไหร่?+
หลวงปู่ศุขมรณภาพเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2466 (ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน) สิริอายุ 76 ปี พรรษา 56 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ภายหลังการมรณภาพมีพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างยิ่งใหญ่

มีคำถามเรื่องพระเครื่อง?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรงผ่าน LINE

LINEสอบถามผ่าน LINE